thansettakij
thansettakij
SPCGโชว์วิสัยทัศน์ต่างชาติผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย

SPCGโชว์วิสัยทัศน์ต่างชาติผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย

03 พ.ย. 62 | 05:36 น.
อัปเดตล่าสุด :03 พ.ย. 62 | 12:41 น.

 

SPCG  ขึ้นเวทีสถาบันพลังงานระหว่างประเทศ กรุงปารีส โชว์วิสัยทัศน์ผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์สำเร็จเป็นรายแรกของไทย

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด(มหาชน) SPCG ได้รับเชิญจากสถาบันพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ไปบรรยายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเรื่อง ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ว่า SPCG ถือเป็นบริษัทที่พัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย  เมื่อปี 2553 หลังจากที่รัฐบาลไทยได้ออกนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์แล้ว แต่เนื่องจากสถาบันการเงินและนักลงทุนยังขาดความเข้าใจ และความเชื่อมั่น จึงต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่น

SPCGโชว์วิสัยทัศน์ต่างชาติผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาแก้ปัญหาด้วยการหาทุนจากการขายทรัพย์สิน เพื่อมาใช้เป็นทุน ใช้การค้ำประกันส่วนตัวในการกู้เงินจากธนาคาร  ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมมาร่วมลงทุนในโครงการที่ 1 จนกระทั่งสามารถพัฒนาโครงการแรกสำเร็จเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553 และผลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ผลดีกว่าที่ธนาคารคาดหวังไว้  จึงสามารถพัฒนาโครงการที่ 2-36 ต่อได้จนสำเร็จ โดยต้องมีการระดมทุนโดยนำ SPCG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  กู้เงินเป็นทุน เชิญ International Finance Corporation, World Bank เข้าร่วมเป็นผู้ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินทั้งในรูปแบบเงินลงทุนและเงินกู้ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งนักลงทุนและสถาบันการเงิน

ดร.วันดี กล่าวต่ออีกว่า จากโครงการที่ 1 ด้วยอัตราหนี้สินต่อทุนที่ร้อยละ 60/40 เป็นร้อยละ 75/25 ในโครงการที่เหลือ และมีสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนถึง 7 แห่ง สุดท้ายมีการออก บอนด์ ขนาด 16,500 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้แก่ธนาคารทั้งจำนวน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI)ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลด 50% อีก 5 ปีจากปีที่ 9-14

SPCGโชว์วิสัยทัศน์ต่างชาติผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย

ทั้งนี้ ในช่วงการพัฒนาโครงการ SPCG ช่วยสร้างงานกว่า 20,000 แรงงาน ขณะก่อสร้าง และกว่า 1,000 แรงงานในช่วงเวลาอีก 25 ปี อีกทั้งยังช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศกว่า 200,000 ตัน/CO2/เทียบเท่า

“ จากผลความสำเร็จดังกล่าวได้สร้างความเชื่อมั่นแก่รัฐบาล โดยมีการกำหนดแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน กว่า 30%ของการใช้พลังงานทั้งหมดในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน คาดว่า จะมีแผนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน กว่า 1 ล้านล้านบาทในอีก 20 ปีข้างหน้า”ดร.วันดี กล่าวทิ้งท้าย

SPCGโชว์วิสัยทัศน์ต่างชาติผู้บุกเบิกพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย