thansettakij
thansettakij
ประกันภัยเปิดเกมรุกชิงเบี้ยQ2 หวังโครงการลงทุนภาครัฐเกิดเพิ่มโอกาสขยายโปรดักต์

ประกันภัยเปิดเกมรุกชิงเบี้ยQ2 หวังโครงการลงทุนภาครัฐเกิดเพิ่มโอกาสขยายโปรดักต์

03 เม.ย. 59 | 02:00 น.
ธุรกิจประกันภัย เห็นโอกาสโครงการลงทุนภาครัฐ 3 แสนล้าน แรงส่งเบี้ยประกันรับอานิสงส์โต "กรุงเทพประกันภัย" ลุ้นเบี้ยโต 1.8 หมื่นล้าน ชี้หวังภาครัฐลงทุนไตรมาส 2 ดันผลงาน ทยอยปรับโปรดักต์รับมือแข่งเดือด ขยายงานรับประกันภัยเครื่องบินขนาดเล็ก/โลว์คอสต์แอร์ ส่วน "แอกซ่า" วาดฝัน 5 ปี เบี้ยแตะ 1 หมื่นล้าน เน้นเจาะกลุ่มรายย่อยภูธร ฟาก "ทิพยประกันภัย" ชู ผู้นำด้านดิจิตอลดูดลูกค้า ปลื้มผลงานปี 58 มีเบี้ย 2.3 หมื่นล้าน ส่วน "สยามซิตี้ประกันภัย" ตั้งเป้าเบี้ยโต 1.2 พันล้าน

นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) หรือ BKI เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยในปี 2559 จากการคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 4.1% ขณะที่สมาคมประกันวินาศภัยคาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 3.5% หรือคิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 2.17 แสนล้านบาท ถือว่าขยายตัวค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับปีก่อนที่อัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.9%

อย่างไรก็ดี อัตราการเติบโตดังกล่าวยังคงมีปัจจัยบวกและลบ โดยปัจจัยบวกจะเป็นเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ส่วนปัจจัยลบมาจากยอดขายรถยนต์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 7.2 แสนคัน คิดเป็นอัตราการเติบโตติดลบ 10% จากปีก่อนที่ยอดขายติดลบอยู่ที่ 9.3% รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่คาดว่าจะเติบโต 12% จากปีก่อนอยู่ที่ 8.7% แม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่จะเห็นว่าสถาบันการเงินยังคงให้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ หรือการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมามีผลต่อธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้

ขณะที่ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวถึง เป้าหมายการเติบโตประกันภัยในปี 2559 อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 13% จากปีก่อนที่มีเบี้ยอยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นเบี้ยเติบโตสุทธิประมาณ 2.1 พันล้านบาท โดยในช่วง 2 เดือนแรก ผลการดำเนินงานยังมีอัตราการขยายตัวติดลบ 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท เนื่องจากภาวะตลาดโดยรวมยังไม่เอื้อต่อการขยายตัวมากนัก ทั้งในเรื่องของโครงการภาครัฐที่ยังไม่ได้ออกมาชัดเจน และยอดขายรถยนต์ที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ส่งผลต่อธุรกิจประกันวินาศภัย รวมถึงการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในเรื่องของการตัดราคาแข่งขันในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ทำให้ตลาดในช่วงไตรมาสแรกยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

ทั้งนี้ การตั้งเป้าเติบโตเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 13% ถือเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายและสวนภาวะตลาดและเศรษฐกิจค่อนข้างมาก แต่บริษัทเชื่อว่าการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายได้จากการผลักดันของโครงการภาครัฐที่จะมีงบประมาณออกมาในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 4 จะมาเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโต เพราะจะก่อให้เกิดการทำประกันภัย โดยคาดว่าจะมีเบี้ยที่เกิดจากโครงการภาครัฐประมาณ 500 ล้านบาท โดยบริษัทจะเข้าไปมีส่วนร่วมประมาณ 100 ล้านบาท จากเม็ดเงินลงทุนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณ 3 แสนล้านบาท จากจำนวน 10 โครงการ นอกจากนี้ยังมีโครงการประกันภัยนาข้าวปี 2559 ที่บริษัทมีแผนจะขยายพื้นที่รับประกันภัย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะก่อให้เกิดเบี้ยประกันประมาณ 100 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง บริษัทจะขยายงานไปยังการรับประกันภัยเรื่องโลว์คอสต์แอร์ไลน์ (Low-Cost Airline) ที่คาดว่าจะมีเบี้ยเกิดขึ้นประมาณ 100 ล้านบาท รวมถึงเครื่องบินขนาดเล็กสำหรับผู้บริหารที่จะเกิดเบี้ยอีกประมาณ 20 ล้านบาท ตลอดจนการขยายผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการลูกค้า อาทิ การปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท +2 ,+3 ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนทุนประกันภัยได้ตามความต้องการ เช่น เลือกทุนประกันน้อย เบี้ยประกันภัยลดลง ซึ่งกลุ่มนี้คาดว่าจะมีเบี้ยประมาณ 250 ล้านบาท

ด้ายนายมาร์ติน รูแอค กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอกซ่าประกันภัย กล่าวว่า ในปีนี้จะเห็นว่ามีหลายปัจจัยที่ยังคงสนับสนุนการขยายตัวและมีหลายปัจจัยที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งเห็นได้จากในช่วง 3 เดือนแรกของปี ภาพรวมตลาดยังมีอัตราการเติบโตที่ผันผวนขึ้นลงอยู่ ส่งผลให้บริษัทยังไม่ได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตในปีนี้อย่างชัดเจน แต่คาดว่าจะรักษาการเติบโตของเบี้ยรับรวมไม่ให้ขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภาพรวมตลาดทั้งระบบ โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดขยายตัวเติบโตอยู่ที่ 1.8% ภายใต้ยอดขายรถยนต์ใหม่ที่มีอัตราการเติบโตติดลบ 9.3% แต่มีเบี้ยประกันรถยนต์เติบโตที่ระดับ 2.1% และเบี้ยประกันสุขภาพขยายตัว 9%

สำหรับการดำเนินธุรกิจบริษัทยังคงให้ความสำคัญในการเติบโตทั้ง 3 กลุ่ม ทั้งในกลุ่มประกันภัยธุรกิจ (Commercial Business) ธุรกิจรายย่อย (Retail Business) และประกันภัยสุขภาพ (Health Business) โดยปัจจัยสนับสนุนธุรกิจจะมาจากโครงการภาครัฐที่จะเริ่มทยอยการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีมากขึ้นในปีนี้ แต่อัตราการเติบโตจะขึ้นอยู่กับโปรเจ็กต์ของภาครัฐที่จะออกมา แม้ว่าสัดส่วนการเติบโตในกลุ่มประกันภัยธุรกิจจะน้อยกว่ากลุ่มรายย่อย แต่เชื่อว่าภายใน 5 ปี จะทยอยเติบโตเพิ่มขึ้น ส่วนประกันภัยสุขภาพมีแนวโน้มการขยายตัวจะเป็นไปตามภาวะตลาด แต่ในปีนี้จะเน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อยต่างจังหวัดมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปี คาดว่าจะมีเบี้ยประกันรับรวมแตะอยู่ที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีเบี้ยอยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท

"ตลาดตอนนี้ยังค่อนข้างผันผวน เราจึงยังไม่ได้ตั้งเป้าหมาย แต่เราคาดหวังว่าภายใน 5 ปี จะมีเบี้ยรับรวมแตะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนจะไปถึงเป้าหมายได้นั้น อาจจะเป็นการขยายผลิตภัณฑ์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ หรือการหาพันธมิตรในการควบรวมกิจการ ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส"

เช่นเดียวกับดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทยังมุ่งเน้นขึ้นเป็นผู้นำด้านประกันภัยแบบดิจิตอล (Digital Insurance) ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย โซเชียลมีเดีย และช่องทางต่างๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ ของลูกค้าในยุคดิจิตอล ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว และคล่องตัว ส่วนผลงานในปี 2558 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 2.3 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยเบี้ยประกันอัคคีภัย2.03 พันล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 322.98 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 4.07 พันล้านบาท เบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล 7.3 พันล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 9.46 พันล้านบาท

นายศิริลักษณ์ เมืองศรี กรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามซิตี้ประกันภัย เปิดเผยว่า กลุยทธ์ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าขยายรายได้จากประกันภัยนักเรียนที่เป็นผลิตภัณฑ์หลัก และเป็นอันดับ 1 ในตลาดกลุ่มนี้ โดยคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 15% รวมถึงรุกตลาดประกันภัยรายย่อยโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทุกช่วงอายุ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปี 2559 อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน โดยการเติบโตดังกล่าวจะมาจากเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือพีเอ 700 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรถยนต์ 300 ล้านบาท ที่เหลืออีก 200 ล้านบาท เป็นเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดและประกันภัยทรัพย์สิน รวมถึงการรับประกันภัยต่อ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,144
วันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline