thansettakij
thansettakij
ครม.เศรษฐกิจ ยังหวัง “จุรินทร์” หาคิวว่างร่วมประชุม

ครม.เศรษฐกิจ ยังหวัง “จุรินทร์” หาคิวว่างร่วมประชุม

11 ต.ค. 62 | 10:07 น.

วันนี้ (11 ต.ค.62) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 4/2562 ที่ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล 

ครม.เศรษฐกิจ ยังหวัง “จุรินทร์” หาคิวว่างร่วมประชุม

ภายหลังการประชุม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กรรมการและเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจ ครั้งนี้จึงยังไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเรื่องการส่งออก โดยจะนำไปหารือในการประชุมในนัดต่อไป ซึ่งต้องรอคิวของรัฐมนตรีแต่ละท่านว่าจะว่างเมื่อไหร่ แต่ต่อไปจะยึดการประชุมในวันศุกร์เป็นหลัก 

 

ครม.เศรษฐกิจ ยังหวัง “จุรินทร์” หาคิวว่างร่วมประชุม

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมครม.เศรษฐกิจครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว แต่นายจุรินทร์ติดภารกิจตลอดจึงยังไม่เคยเข้าร่วมประชุมเลยสักครั้ง ทำให้วาระที่เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปทุกครั้ง

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ดูข้อมูลเศรษฐกิจทั้งหมด และดูถึงประมาณการ อย่างประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทยก็คิดว่าตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทย น่าจะค่อย ๆ ทยอยดีขึ้นในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 4 เทียบกับไตรมาสที่ 3 และทั้งหมดในการประชุมครั้งหน้าจะนำประมาณการล่าสุดเสนอ ครม.เศรษฐกิจ และดูว่าจะต้องมีมาตรการเสริมอีกต่อไปหรือไม่ โดยการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งหน้า จะหารือเรื่องการส่งออกและเอสเอ็มอีทั้งระบบ ที่จะมีกองทุนหมื่นล้านออกไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีต่าง ๆ จากนั้นลำดับต่อไปจะเป็นเรื่องของ อปท. และการใช้จ่ายภาครัฐในด้านอื่น ๆ

 

นายกอบศักดิ์ ระบุว่าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ รับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดของเศรษฐกิจโลกและแนวทางการขับเคลื่อนต่อไป โดยในเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกและภาวะเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบกับหลากหลายพื้นที่ และความเข้มข้นของสถานการณ์สงครามการค้าโลกที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงปัญหาเบร็กซิท โดยขณะนี้ผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นได้เพิ่มเติมในดัชนีต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการส่งออก ที่ล่าสุดตัวเลขเดือนสิงหาคม ออกมาไม่ค่อยดีนัก รวมไปถึงเรื่องดัชนีการผลิตภาคเอกชนที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง การบริโภครถยนต์ สินค้าคงทน ก็เริ่มติดลบเช่นเดียวกัน ทำให้เห็นถึงสถานการณ์ที่ผลกระทบเริ่มลุกลามมาที่ประเทศไทยต่อเนื่อง แต่ดัชนีบางตัวก็ยังไปได้ เช่น เรื่องการท่องเที่ยว ที่เป็น 1 ในเป้าหมาย 7 ด้านที่เป็นไปตามเป้าหมาย และสามารถดำเนินการได้ตามที่ตั้งใจไว้ วันนี้ที่ประชุมจึงได้หารือถึงแนวทางทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะมาประมาณ 20 ล้านคนในครึ่งหลังของปีนี้ รวมเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณเกือบ 40 ล้านคนตลอดทั้งปี อันจะนำมาถึงรายได้ที่เข้าเป้า
 

ขณะเดียวกัน เรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณก็ดีขึ้น จากข้อมูลล่าสุดของประเทศไทยในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณไตรมาสที่ 2 ติดลบประมาณ 15%-16% แต่เมื่อมาถึงไตรมาสที่ 3 มีรัฐบาล ก็จะเห็นการเบิกจ่ายงบประมาณที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ ขยายตัวประมาณ 1% กว่า ๆ ซึ่งฝ่ายเลขานุการ ครม.เศรษฐกิจ ได้รายงานนายกรัฐมนตรีและครม.เศรษฐกิจ ว่าขณะนี้ยังมีบางส่วนที่ยังต้องมีการติดตามเร่งรัดเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นอกจากเรื่องการเบิกจ่ายภาครัฐแล้ว ยังมีการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจสำคัญ ๆ ซึ่งบางแห่งยังต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การประปาส่วนภูมิภาค การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้ ครม.เศรษฐกิจได้สั่งการให้ฝ่ายเลขานุการฯ หารือและเร่งการเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 4 ให้ได้ เพื่อจะทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนในช่วงปลายปี 62