thansettakij
thansettakij
ครม.เห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2563 

ครม.เห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2563 

24 ก.ย. 62 | 09:00 น.

ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (24 กันยายน) ครม.เห็นชอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 เน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การใช้เงินอยู่ภายใต้กรอบพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง แผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 

1.แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 8.9 แสนล้านบาท แบ่งเป็น การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล วงเงิน 7.4 แสนล้านบาท และแผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ 13 แห่ง วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท  

สำหรับแผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล เพื่อใช้ดำเนินการใน 3 วัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.บริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง วงเงิน 9 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องเงินคงคลังให้เพียงพอรองรับการเบิกจ่ายเป็นครั้งคราว รวมถึงรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาลในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีงบประมาณ2563 โดยการออกตั๋วเงินคงคลังระยะสั้นไม่เกิน 120 วัน  2.กู้มาใช้โดยตรง วงเงิน 5.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็น จากแหล่งเงินกู้ในประเทศ เป็นการกู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประจำปี 2563 และเงินกู้ต่างประเทศเพื่อมาใช้ในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ  และ3.รัฐบาลกู้มาให้กู้ต่อ ใช้เงินจากแหล่งเงินกู้ในประเทศ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 5 โครงการ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการต่อเนื่องทั้งหมด และโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 9 โครงการ วงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยทั้งโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่

ส่วนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ 13 แห่ง วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 8.7 หมื่นล้าน เช่น ค้ำประกันให้การเคหะแห่งชาติ 4 พันล้านบาท, การประปาส่วนภูมิภาค 6 พันล้านบาท, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2 หมื่นล้านบาท, ค้ำประกันให้การรถไฟแห่งประเทศไทย 1.4 หมื่นล้านบาท และบริษัทการบินไทย 5.6 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการและเสริมสภาพคล่อง เป็นต้น 

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้กำหนดหลักเกณฑ์การกู้เงินของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้ทำธุรกิจให้กู้ยืมเงิน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ไว้ว่าต้องมีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบเท่ากับภาระหนี้ของกิจการนับแต่มีการก่อหนี้ในอัตราไม่ต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งการบินไทยยังอยู่เหนือเกณฑ์ขั้นต่ำ จึงสามารถขอกู้ได้ แต่ต้องไปดำเนินการตามความเห็นของคณะกรรมการ เพราะผลประกอบการขาดทุนและมีสถานะของการขาดสภาพคล่อง

2.แผนการบริหารหนี้เดิม วงเงิน 8.3 แสนล้านบาท 2.แผนการบริหารหนี้เดิม วงเงินรวม 8.3 แสนล้านบาท ประกอบด้วย หนี้เดิมของรัฐบาลซึ่งเป็นหนี้ในประเทศทั้งหมดวงเงิน 6 แสนล้านบาท และหนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจ ทั้งหนี้ในประเทศและต่างประเทศ วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท และ3.แผนการชำระหนี้ วงเงิน 3.9 แสนล้านบาท โดยแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2563 อยู่ภายในกรอบพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) ต้องไม่เกินร้อยละ 60 ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 42.76, สัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณต้องไม่เกินร้อยละ 35 ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 18.48, สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะทั้งหมดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 2.86  และสัดส่วนภาระหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการต้องไม่เกินร้อยละ 5 ซึ่งการดำเนินงานปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 0.15