thansettakij
thansettakij
นายกฯผลักดันดิจิทัลเทรดแพลตฟอร์มเป็นวาระแห่งชาติ

นายกฯผลักดันดิจิทัลเทรดแพลตฟอร์มเป็นวาระแห่งชาติ

10 ก.ย. 62 | 07:47 น.

-10 ก.ย.62-นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศของไทย (Thailand National Digital Trade Platform) โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานขับเคลื่อนปฏิรูปยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย 

รัชดา ธนาดิเรก

สืบเนื่องจากการพัฒนาและดำเนินการด้านดิจิตอลของภาครัฐและเอกชนมีอยู่ในระดับที่แตกต่างกันและไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การส่งเสริมแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศของไทย (National Digital Trade Platform: NDTP) ในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างระบบกลางให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลด้านการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศอย่างมีมาตรฐานทางดิจิทัลเดียวกันของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน รวมทั้งจะพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมต่อกับระบบ  National Single  Window (NSW) ซึ่งเป็นระบบที่ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสารเกี่ยวกับการนำเข้า-การส่งออก ระหว่างกรมศุลากรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนออกของ ตัวแทนผู้รับขนส่งสินค้า บริษัทเรือ/สายการบิน รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลกับ 36 หน่วยงานภาครัฐในการการออกใบอนุญาต/ใบรับรอง 

 

การพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง (NDTP) ดังกล่าวจะช่วยยกกระดับระบบและกระบวนการให้บริการภาคเอกชนด้านการค้าแบบดั้งเดิมเป็นการค้าด้วยระบบอิเล็กทรอนิส์  (e-Trading)  ลดความซ้ำซ้อน ลดเวลาและลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ยกระดับความโปร่งใสในกระบวนการของการค้าระหว่างประเทศ ช่วยให้รัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) มีช่องทางในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

โดยระยะแรกจะเริ่มดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร 4 ประเภท ได้แก่ 1.ใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order) 2.ใบวางบิล/ใบแจ้งหนี้ (Invoice)  เพื่อแก้ปัญหาการปลอมแปลงเอกสารและการขอสินเชื่อซ้ำซ้อน 3.ใบจองเรือ (Shipping Instruction)   4.ใบตราส่งสินค้าทางทะเล (Sea Waybill) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกและกระบวนการออกสินค้า ณ ประเทศปลายทาง 

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกภาคส่วนช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดยครม.เห็นชอบให้ สำนักงาน ก.พ.ร. นำเสนอโครงการนี้ต่อหน่วยงานภาครัฐอื่นๆเพื่อขอการสนับสนุนในเชิงนโยบายและงบประมาณ อีกทั้งศึกษารูปแบบการลงทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม  นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ ก.พ.ร. สำนักงาน ป.ย.ป และ กกร. ร่วมผลักดันเรื่องการเชื่อมโยงด้านการค้าดิจิทัล (Digital Trade) ผ่านระบบ ASEAN Single Window : ASW ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้กรอบความร่วมมือภูมิภาคอาเซียนในปี 2562 ซึ่งไทยเป็นประธานอาเซียน ให้เกิดการสร้างแนวทางปฏิบัติ หลักเกณฑ์ และมาตรฐานของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นระบบอิเล็กทรอนนิกส์ต่อไป