thansettakij
thansettakij
ร้านค้าเมินร่วม“ชิม ช้อป ใช้” 6 วัน มีแค่ 2,800 ราย

ร้านค้าเมินร่วม“ชิม ช้อป ใช้” 6 วัน มีแค่ 2,800 ราย

03 ก.ย. 62 | 04:59 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ย. 62 | 12:19 น.

6 วันมีร้านค้าเข้าโครงการเพียง 2,800 ร้านค้า กรมบัญชีกลางลดเป้าชจาก 50,000 รายเหลือ 10,000 ราย พร้อมปรับเงื่อนไขยุ่งยาก หวังดึงร้านเข้าร่วมมากขึ้น มั่นใจมีเพียงพอประชาชนใช้จ่ายในช่วง 2 เดือนแน่


หลังจากเปิดให้ผู้ประกอบการและร้านค้าเข้ามาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ไปเมื่อวัน 28 สิงหาคมที่ผ่านมา มีร้านค้าสมัครและได้รับการอนุมัติเข้าร่วมโครงการเพียง 2,800 รายเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทางกรมบัญชีกลางจึงได้เชิญผู้ประกอบการ ร้านค้า มาฟังบรรยาย ขั้นตอนวิธีการและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมมาตรการ ชิม ช้อป ใช้ของรัฐบาล เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น 

สุทธิรัตน์ รัตนโชติ

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ยอดผู้ประกอบการการ ร้านค้า ที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม - 1 กันยายน  2562 มีผู้ประกอบการ ร้านค้า ทั่วประเทศ เข้าร่วมมาตรการเพียง 2,800 ร้านค้า โดยส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากที่สุด จึงมีการปรับเป้าการรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้า เหลือ 10,000 ร้านค้า จากเป้าหมาย 50,000 ร้านค้าทั่วประเทศ และหากไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 20 กันยายนนี้ อาจจะพิจารณาขยายระยะเวลาการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ ร้านค้าออกไปอีก ซึ่งมั่นใจว่าทันต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการ 10 ล้านคนแน่นอน

 

พร้อมกันนี้กรมยังได้มีการปรับเงื่อนไขการสมัครให้มีความยุ่งยากน้อยลง จากเดิมที่ร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องมีใบรับรองการจดทะเบียนการค้า จากกระทรวงพาณิชย์ ผ่อนปรนให้สามารถทางจังหวัดที่ตั้งร้านค้า ออกหนังสือรับรองการมีร้านค้าจริง หรือเซ็นรับรองในแบบฟอร์มการลงทะเบียนการสมัครมาตรการได้เลย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีร้านค้าเข้ามาร่วมโครงการเพิ่มขึ้น

“ในเมื่อมันยังน้อย เราก็พยายามประชาสัมพันธ์ และปรับเงื่อนไขให้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีใบรับรองการจดทะเบียนการค้า จากกระทรวงพาณิชย์แล้ว ให้ทางจังหวัดออกหนังสือรับรองมาเลย ถ้ายังยากไปอีก ให้เอาใบสมัครเรา ไปให้เค้าเซ็นว่าเรามีตัวตนจริงก็ใช้ได้แล้ว แล้วก็ไปเปิดบัญชีกับกรุงไทยเท่านั้น ที่เหลือเอกสารไรก็ไม่ยุ่งยากเลย”นางสาวสุทธิรัตน์ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะมีเพียงพอต่อแผนการใช้จ่ายของประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยว 10 ล้านคน และกระจายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศแน่ เพราะเมื่อนับรวมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีเครื่อง EDC และแอพริเคชั่นถุงเงินที่มีในปัจจุบันอยู่ที่ 80,000 ราย ก็จะทำให้มีร้านค้าที่ประชาชนสามารถไปใช้จ่ายได้ถึง 90,000 ร้าน เพียงพอแน่นอน 

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ ร้านค้าที่สนใจสมัครเข้าร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” สามารถกรอกใบสมัครและยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ ใน กทม. ยื่นใบสมัครได้ที่กรมบัญชีกลาง(ห้องกำปั่นเงิน) เวลา 8.30 - 16.30 น. ถึงวันที่ 20 ก.ย. 62 ไม่เว้นวันหยุดราชการ และในกรณีที่ติดขัดปัญหา เช่น ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทยก็ได้จัดเตรียมรถโมบายของธนาคารกรุงไทยไว้ให้บริการ หรือตามจุดบริการนอกสถานที่ก็กำหนดไว้บริเวณสาขาธนาคารกรุงไทยให้แล้ว สามารถเปิดบัญชีได้เลย หรือในกรณีที่ต้องมีการรับรองการประกอบกิจการร้านค้าจากหน่วยงานราชการ ทางกรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แล้ว เช่น ไปเปิดรับสมัคร ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือประสานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่เพื่อรับรองในใบสมัครให้ด้วย โดยได้ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยขอความอนุเคราะห์ แจ้งหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ช่วยดำเนินการออกหนังสือรับรองการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชนที่มีความประสงค์จะสมัครเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว หรือร่วมลงพื้นที่กับสำนักงานคลังจังหวัดในการให้บริการรับสมัคร เพื่อเซ็นรับรองให้แก่ประชาชนในแบบฟอร์มใบสมัคร ซึ่งกรมบัญชีกลางได้กำหนดรูปแบบไว้ให้แล้ว รวมถึงให้การสนับสนุนกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ เพื่อให้หน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่ ประสานความร่วมมือและช่วยผลักดันให้การดำเนินการมาตรการดังกล่าว บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป