
ETROคอลเลคชั่นสตรีประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2019
เอทโทร (ETRO) คอลเลคชั่นสำหรับสุภาพสตรีประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2019
หลังจากการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่ผ่านมาในปี 2018 เอทโทร (ETRO) ได้เปลี่ยนสถานที่สำหรับแฟชั่นโชว์ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2019 ไปยัง Conservatorio Giuseppe Verdi ซึ่งเป็นสถานที่ลับที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองและได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1807 โดยสถานที่นี้เต็มไปด้วยความงามและความมหัศจรรย์
นอกจากนี้ Conservatorio Giuseppe Verdi ยังสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์เอทโทรได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านวัฒนธรรมและศิลปะทางสังคมในทุกๆรูปแบบ เพื่อตอกย้ำ DNA ของเอทโทร ในโชว์ครั้งนี้ เวโรนิก้า เอทโทร (Veronica Etro) ได้คัดเลือกนางแบบที่มีอายุต่างกันเพื่อเดินบนแคทวอล์ค อาทิ อีดี้ แคมป์เบลล์ (Edie Campbell), อาเล็ก เว็ค (Alek Wek), ฟาริดา เคลฟ่า (Farida Khelfa), จาควาต้า วิลเลอร์ (Jacquetta Wheeler), ลีซ่า วิงค์เลอร์ (Liisa Winkler), ทาช่า ทิวเบิร์ก (Tasha Tilberg), (Tatjana Patitz), วีโอเล็ตต้า แซนเชส(Violetta Sanchez), กวินิเวียร์ แวน ซีนัส (Guinevere Van Seenus), เดลไฟน์ บาฟอร์ท (Delfine Bafort), (Adut Akech Bior), ฟราน ซัมเมอร์ (Fran Summers), รีเบคก้า แลด อี เจมม่า วอร์ด (Rebecca Laird e Gemma Ward).
ARISTO-INDIE:
สำหรับคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวในปีนี้ เวโรนิก้า เอทโทร (Veronica Etro) ได้ดึงเอาแรงบันดาลใจจากมรดกชั้นสูงและความหรูหราของแบรนด์ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว รวมถึงวัฒนธรรมของแบรนด์ ตีความออกมาเป็นสไตล์ชั้นสูงที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและชัดเจน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นรากฐานของงานดีไซน์ตามแบบฉบับของเอทโทรมาโดยตลอด
นักสะสมของหายากและราชินีผู้สง่างาม ผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในปราสาทเก่าในยุคโรแมนติกสมัยนีโอวิคตอเรียน (Neo-Victorian) ซึ่งเป็นช่วงที่ชิ้นส่วนของความทรงจำอันสูงส่งถูกแทนที่ด้วยทัศนคติแบบอินดี้ และความงามของชุดคอร์เซ็ตที่นำมาผสมผสานกับชุดของนักแข่งม้า บวกกับอิทธิพลจากสไตล์เพร็พพี่ (Preppy) และสไตล์กรันจ์ (Grunge) ลวดลายบนเนื้อผ้าที่ปรากฎในคอลเลคชั่นนี้เป็นการถักทอแบบสามมิติบนผ้าแจ็คการ์ด เพื่อให้ได้พื้นผิวแบบธรรมชาติ เกิดเป็นความงามและเสน่ห์ที่ไม่ต้องประดิษฐ์ ส่วนลายเพสลีย์ (Paisley) นั้นได้ถูกนำมาสร้างสรรค์ใหม่บนเสื้อสูทที่ได้รับอิทธิพลมาจากแบบเสื้อสูทดั้งเดิมของสุภาพบุรุษในสไตล์อังกฤษ
ไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้คือการตัดเย็บเสื้อสูทให้กลายเป็นมินิเดรส ในขณะที่กางเกงบ๊อกเซอร์ของผู้ชายได้ถูกดีไซน์ใหม่ให้เข้ากับชุดเดรส และการเลเยอร์ชุดเพื่อเพิ่มเสน่ห์ในแบบผู้หญิง นอกจากนั้นยังมีเข็มขัดสไตล์ Bustier ที่ช่วยเน้นสัดส่วนของช่วงเอว ในขณะที่ชุดคลุมสไตล์ duchesse และกระโปรงสีดำนั้นถูกตัดเย็บโดยใช้คัตติ้งเดียวกับการตัดเย็บอาภรณ์ของราชวงศ์ชั้นสูง การเย็บปักลายสัตว์กลางคืนและการตกแต่งด้วยชิ้นส่วนโลหะ รวมถึงรองเท้าบู๊ทพร้อมสายคาดสองเส้น ช่วยเพิ่มความลึกลับน่าค้นหาให้กับคอลเลคชั่นนี้
PEGASO BAG:
โชว์ครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของกระเป๋า “เพกาโซ” (Pegaso) กระเป๋าในตำนานของแบรนด์ที่โด่งดังอย่างมากในยุค 80 โดยเพกาซัส (Pegasus) ซึ่งเป็นสัตว์ที่ปรากฏในเทพนิยาย คือตราสัญลักษณ์ของเอทโทรมาตั้งแต่ปี 1968 กระเป๋าเพกาโซ (Pegaso) มีดีไซน์ที่สง่างามและร่วมสมัย นอกจากนั้นยังเป็นกระเป๋าสไตล์ crossover ซึ่งใช้ผ้าเพสลีย์ (Paisley) ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมกับบัคเคิ้ลโลหะรูปเพกาซัส






