
ซิสโก้ องค์กรเทคฯ ก็ต้องทรานสฟอร์ม
หนึ่งใน 4 ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเทคโนโลยี ดิสรัป คือ เทคโนโลยี "วัตสัน ถิรภัทรพงศ์" กรรมการผู้จัดการซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน บอกว่า ในการปรับเปลี่ยนช่วง 3-4 ปี สำหรับเมืองไทยเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์ทั้งหลายประเมินสถานการณ์ไว้เลย คือ 1. มีเดีย 2. เทคโนโลยี 3. รีเทล และ 4. ธนาคาร ทำให้ปัจจุบัน หลายองค์กรหลายสถาบัน เปิดรับเรื่องทรานสฟอร์ม
อย่างธนาคาร ในเมืองไทยถือว่าปรับตัวเร็ว ส่วนมีเดีย อาจจะเห็นเทรนด์ แต่กว่าจะปรับตัว เกือบจะนาทีสุดท้าย เพราะฉะนั้นมันจึงมีผลกับบุคลากร หรือพนักงานเยอะ ส่วนเทคโนโลยี อย่างซิสโก้ ก็โดนกระทบเยอะมาก หรือบางองค์กรด้านเทคโนโลยี มีล้มหายตายจากไป ส่วนรีเทล หลายรายไม่เชื่อ ห้างเบอร์หนึ่งเบอร์สองของเราก็ไม่เชื่อ คุยเมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่ตอนนี้ไปคุยใหม่ ความคิดเขาเปลี่ยนไปแล้ว Mindset เขาเปลี่ยน
เพราะฉะนั้น ในแง่ของการรปับเตรียม หรือทรานสฟอร์มองค์กรเพื่อรับมือกับโบกยุคใหม่ เรื่องของ Mindset จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ โดยเฉพาะผู้บริหารเบอร์ต้นๆ ขององค์กร ที่ต้องเปิดรับกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขณะนี้ ถือว่าเบอร์ต้นๆ ขององค์กรต่างๆ เปิดรับเรื่องเหล่านี้
ที่น่าเป็นห่วงสำหรับบ้านเรา คือ ในระดับ เอสเอ็มอี ที่อาจจะมีความตื่นตัวยังไม่เยอะ หรืออาจมีการรับรูั แต่ก็ไม่รู้จะขยับตัวอย่างไร ซึ่งหากขยับตัวช้า อาจะได้รับผลกระทบต่อเนื่อง เมื่อค่าแรงขยับขึ้นไปสูงๆ เรื่องของการที่ปรับตัว การชิฟการลงทุนของบริษัทต่างประเทศ เขาจะไหลออกไปประเทศที่ต้นทุนค่าแรงต่ำกว่าเรา
สำหรับ ซิสโก้ ถือเป็นองค์กรที่มีความตื่นตัวเร็ว อย่างซีอีโอ ของซิสโก้ที่โดนเปลี่ยนไป ท่านเป็นผู้บริหารที่ดีมาก อยู่มานานกว่า 20 ปี แต่จังหวะของการเปลี่ยนรอบนี้มันเร็วมาก เขาอาจจะปรับตัวไม่ทัน เลยเปลี่ยนมาเป็นซีอีโอคนนใหม่ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนหลายเรื่องมาก ตอนนี้ซีอีโอใหม่อยู่ในตำแหน่งได้กว่า 4 ปี ผู้บริหารแถวสองรองจากซีอีโอ เหลือคนเก่าไม่ถึง 10% เขาเปลี่ยนหมดเลย คนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ก็ต้องเปลี่ยนออกไป เพราะถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่รอด
การปรับเปลี่ยนองค์กร หรือการทรานสฟอร์มองค์กร หัวเรือใหญ่ที่เป็นผู้นำองค์กร ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง การที่จะทรานสฟอร์มองค์กรขนาดเกือบแสนคนมันไม่ง่าย แล้วพอเปลี่ยนข้างบนเสร็จ ตัวบิซิเนสโมเดลที่เคยเป็นที่หนึ่งในเรื่องของเน็ตเวิร์ค ซื้อมาขายไป ก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยมีการปรับไปในแง่ของซอฟท์แวร์ และซัปสคริปชั่นมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากการเกิดขึ้นของคลาวด์ ทำให้ความจำเป็นในการใช้ฮาร์ดแวร์ หรือวอฟท์แวร์เปลี่ยนแปลงไป
"เมื่อก่อนการซื้อขายเน็ตเวิร์ค คนก็คิดว่าฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ต้องมาด้วยกัน แต่ตอนนี้เขาเริ่มแยก ฮาร์ดแวร์ กับซอฟท์แวร์ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกันก็ได้ โลกมันกำลังไปเรื่องของคลาวด์ ลูกค้าบางคนอาจจะไม่อยากซื้อฮาร์ดแวร์ เขาอยากไปคลาวด์เลย"
นอกจากการปรับเปลี่ยนภายในองค์กรครั้งใหญ่ของซิสโก้ ที่เปลี่ยนตั้งแต่ตัวผู้นำ และโมเดลการทำธุรกิจใหม่ สำหรับประเทศไทย ในฐานะของผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี ที่มองเห็นความสำคัญของการสร้างและพัฒนาคนด้านนี้ จึงได้จัด Cisco Innovation challence 2019 ขึ้นเป็นปีแรก เพื่อกระตุ้นและผลักดันเยาวชนไทยที่มีความสามารถ ได้นำความรู้ความสามารถไปแข่งในเวทีโลก ซึ่งปีนี้ ได้ทีม "รีคัลท์" (ricult) ที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น "ฟาร์มแม่นยำ" ที่มีฟีเจอร์ภาพถ่ายดาวเทียมและระบบ Machine Learning มาประมวลและแปรผล วิเคราะห์ข้อมูลทั้งสภาพอากาศและสุขภาพพืช เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำข้อมูลมาจัดการและวางแผนการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุน
เป้าหมายในการจัดกิจกรรมการแข่งขันในปีนี้ "วัตสัน" บอกว่า เป็นการเริ่มต้น เพื่อให้น้องๆ หน้าใหม่ ได้แสดงไอเดียและนำประโยชน์จาก IOT และ Cybersecurity ไปใช้ แล้วนำไปต่อยอดในเวทีระดับโลกของซิสโก คือ problem Solver Challenger ต่อไป ซึ่งถือเป็นการผลักดันให้น้องๆ รุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทรานสฟอร์มอุตสาหกรรมในประเทศไทยในอนาคตนั่นเอง
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,498 วันที่ 22 - 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562






