
มั่นใจบัตรสวัสดิการ พยุงเศรษฐกิจไม่ทรุดหนัก
รัฐบาลมั่นใจ บัตรสวัสดิการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริง เหตุกระตุ้นการบริโภค ช่วยพยุงเศรษฐกิจ
หลังจากรัฐบาลได้ขึ้นทะเบียนผู้รายได้น้อย และให้การช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่ารองชีพให้กับประชาชนผ่านบัตรสวัสดิการรัฐจำนวน 14.5 ล้านคนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า มั่นใจว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการบริโภคที่ช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ เพราะผลของการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 109,048.13 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.7% ของ Nominal GDP มีส่วนสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2561 และไตรมาส 1 ปี 2562 ขยายตัวถึง 5.2% , 5.4% และ 4.6% ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ที่ขยายตัว 3.2%, 3.6%, และ 2.8 ตามลำดับ
“จากรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)รายไตรมาส ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สะท้อนให้เห็นว่า การบริโภคภาคเอกชนได้อานิสงค์ส่วนหนึ่งจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ช่วยให้เศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลงมากกว่าที่เป็น”
นอกจากนี้ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ยังเกิดประโยชน์ต่อภาครัฐเช่น มีฐานข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคลและพื้นที่ สามารถจัดสวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัว ใช้งบประมาณคุ้มค่า ให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของผู้มีรายได้น้อย บรรเทาภาระค่าครองชีพที่จำเป็นของครัวเรือนได้ ใช้สวัสดิการที่ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีการรั่วไหล ไม่มีการคอรัปชั่น ถ้าไม่ใช้เงินไม่หายไปไหน ยังคงอยู่ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากด้วย






