
‘ประธาน-เลขา ปปช.’ป้อง‘สุภา'คดีสินบนปาล์มอินโดนีเซีย สร้างพยานหลักฐานเท็จเกินเหตุ
หลังจากอดีตประธานหอการค้าอินโดนีเซียแจ้งความดำเนินคดีอาญากับสุภา ปิยะจิตติ นางรสยา เทียรวรรณและเจ้าหน้าที่ปปช.ที่ร่วมเดินทางไปสอบพยานปากสำคัญนายบุลฮัลนุดดินระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560 โดยมิชอบ ปรากฎข้อเท็จจริงว่ามีการวางแผนการจากประเทศไทยเป็นขบวนการโดยนำถุงสินบนไปให้กับพยานปากสำคัญก่อนการไต่สวนพยานนายบุลฮัลนุดดินเพียง 48 ชั่วโมงก่อนการไต่สวนพยานโดยเจ้าหน้าที่ปปช.ซึ่งมีน.ส สุภา กรรมการปปช.เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน และเดินทางร่วมไปสอบสวนพยานปากนี้ด้วย โดยหวังผลชักจูงให้พยานปากสำคัญนี้ให้การตามที่กลุ่มน.ส สุภาและนางรสยาต้องการ โดยปรากฎมีความพยายามในการสร้างพยานหลักฐานเท็จโดยมิชอบเพื่อนำมาใช้ในคดีเพื่อปรักปรำผู้บริสุทธิ์ฝ่ายตรงข้ามกับพวกตนนอกจากนี้ยังมีการสอบสวนโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ปปช.โดยตรงซึ่ง น่าจะแอบไปพบพยานคนดังกล่าวอีก 2 ครั้งและบังคับให้ลงลายมือชื่อโดยปราศจากการรับรู้รับทราบของเจ้าหน้าที่ปปช.อินโดนีเซียซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจสอบสวนโดยตรงอันถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงในประเทศอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงชัดเจนจากอดีตประธานหอการค้าอินโดนีเซียแล้วว่า การแจ้งความดำเนินคดีอาญากับน.ส สุภา นางรสยาและพวกที่กระทำความผิดหลายกรรมที่อินโดนีเซียเป็นความจริงทุกประการพร้อมทั้งจะเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ที่ประเทศอินโดนีเซีย พร้อมส่งหลักฐานการแจ้งความดำเนินคดีอาญากับกลุ่มน.ส สุภากับพวก อันแสดงให้เห็นว่านายวรวิทย์ เลขาธิการปปช.ให้ข่าวเท็จต่อประชาชนมาโดยตลอด






