
กำลังซื้อQ1ยังแป้ก! ธุรกิจรอเงิน ‘ประยุทธ์’ หมุนปลุกยอดขายไตรมาส2
กำลังซื้อไตรมาสแรกแป้ก! "เซ็นทรัล" ชี้นักช็อปภูธรยังมี แต่เกษตรกรยังระมัดระวังการใช้จ่าย กระทบไฮเปอร์มาร์เก็ตยอดลด ลุ้นมาตรการรัฐอัดฉีดงบกระตุ้น ด้าน "สิงห์" เผยนักดื่มลดดริ้งก์เบียร์ คาดลากยาวส่งผลสิ้นปีตลาดทรุด 3-5% ขณะที่ "อมรินทร์ทีวี" ประเมินบิลลิ่งโฆษณา ไตรมาส 1 ทรงตัว เหตุลูกค้ามีเงินแต่ไม่ใช้ เช่นเดียวกับล็อกซ์เล่ย์ ฟาก "สหพัฒน์-ทีวีไดเรค" จูงมือโตสวนกระแส
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซ่า และเซ็นทรัล เฟสติวัล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กำลังซื้อผู้บริโภคในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาถือว่ายังมีอยู่ เห็นได้จากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสาขาต่างจังหวัดยังมีอยู่ไม่ได้ลดลง รวมทั้งเม็ดเงินที่หมุนเวียนใช้จ่ายในศูนย์ก็ยังเป็นตัวเลขที่สูง ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะศูนย์การค้าแต่งละแห่งต่างจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีความได้เปรียบและกลายเป็นแลนด์มาร์กดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่ม เช่น ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายาง หรือเกษตรกรบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำ จะทำให้มีกำลังซื้อลดลง ระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อไฮเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า อย่างไรก็ดีคาดว่าในไตรมาส 2 จะมีการแข่งขันด้านโปรโมชันที่มากขึ้นและแรงขึ้น เพื่อดึงดูดกำลังซื้อลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะรอดูผลและเม็ดเงินที่รัฐบาลจะอัดฉีดลงมาอีก
ขณะเดียวกันนายปิติ ภิรมณ์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ สิงห์,ลีโอ กล่าวว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ามีผลกระทบต่อธุรกิจเบียร์พอสมควรในช่วงต้นปี เนื่องจากเบียร์ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ผู้บริโภคจะลดการซื้อลงเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวโดยปีที่ผ่านมาตลาดเบียร์มีการอัตราการเติบโตเพียง 1% เท่านั้น ทำให้บริษัทต้องหันมาบริหารจัดการเรื่องต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการภายในแทน อีกทั้งยังหันมาให้ความสำคัญกับในส่วนของธุรกิจที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการและรักษาระดับการเติบโตให้แก่บริษัท
สำหรับภาพรวมตลาดเบียร์ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะซบเซาหนักกว่าปีที่ผ่านมา โดยน่าจะติดลบ 3-5% จากปีก่อนที่ตลาดเติบโตที่ 1% ซึ่งการเติบโตมาจากการกักตุนสินค้าของผู้ประกอบการก่อนการขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอกอฮอล์ ประกอบกับการรณรงค์ให้ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาครัฐยิ่งทำให้ตลาดค่อนข้างเงียบเหงา
ด้านนายโชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมไตรมาส 1 ปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี ขณะเดียวกันจากการสังเกตพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่ลงเงินโฆษณาในไตรมาสแรกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ชะลอการใช้เงินจำนวนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากรอดูสถานการณ์ปัจจัยด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล เป็นต้น ขณะที่แนวโน้มตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปบริษัทคาดว่าจะดีขึ้น ประกอบกับอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
"สถานการณ์ช่วงไตรมาสแรกยังคงทรงตัวต่อเนื่อง แต่ในด้านบริษัทนับว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาบริษัทสังเกตพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่ใช้เงินโฆษณาในประเทศไทย แบ่งเป็น 3กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้ามีเงินและวางแผนการใช้เงินโฆษณาอยู่แล้ว, กลุ่มลูกค้ามีเงินแต่รอดูสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล และกลุ่มลูกค้าที่ไม่ค่อยใช้เงิน ซึ่งที่ผ่านในไตรมาสแรกส่วนใหญ่จะมีกลุ่มลูกค้าที่มีเงินแต่ไม่กล้าจ่ายเงินเนื่องจากรอดูสถานการณ์อยู่มาก อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าหลังจากนี้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไปสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นต่อเนื่อง"
สอดรับกับนายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบด้านธุรกิจการค้า และกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แต่แนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่คงจะไม่หวือหวาและคงไม่ลดต่ำลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินงานของบริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มการเติบโต พร้อมกับการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ทั้งแบรนด์ของบริษัท และสินค้าแบรนด์อื่นเข้ามาทำตลาด ซึ่งปีนี้กลุ่มธุรกิจการค้าฯ น่าจะเติบโตได้ 12-15%
ขณะที่นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนแรกยอดขายของบริษัทเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยสำคัญหลายประการ อาทิ ปีที่ผ่านมาสภาพตลาดและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ยอดขายไม่เติบโต ในช่วงเทศกาลตรุษจีนบริษัทจัดโปรโมชัน เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ผู้บริโภคซื้อสินค้ามากกว่า 1 ชิ้น รวมถึงอานิสงส์การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลต่อเนื่องถึงช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ด้วย
"การกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดขึ้น จะต้องสร้างความเชื่อมั่น เพราะถ้าผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นจะมีการจับจ่ายใช้สอย ภาวะเศรษฐกิจไทยมีปัญหาที่มันลึกมาก ปีนี้มีเรื่องภัยแล้งด้วย ทำให้ความเชื่อมั่นของคนไทยไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ไตรมาสแรกที่เติบโตเพราะความเชื่อมั่นและปัจจัยหลายอย่างที่ประกอบกัน ส่วนในไตรมาสที่ 2 จึงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อเนื่องด้วย"
นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจโฮมช้อปปิ้งแบรนด์ทีวีไดเร็ค และในฐานะนายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) หรือ THA กล่าวถึงทิศทางธุรกิจในโฮมช้อปปิ้งในไตรมาสแรกของปีนี้ว่า มีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่องในอัตรา 20% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ธุรกิจทีวีดิจิตอลเริ่มมีความชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อช่วงเวลาเพื่อโฆษณาและขายสินค้าได้ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความใกล้เคียงกับช่องทางโฮมช็อปปิ้ง ประกอบกับผู้บริโภคไม่ออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน จึงมีเวลาที่จะเห็นรายการขายสินค้าผ่านโทรทัศน์มากขึ้น และเกิดการสั่งซื้อสินค้า
"กำลังซื้อของคนไทยยังมีแต่อาจจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการไม่ออกไปใช้จ่ายนอกบ้านมาเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ผู้ประกอบการโฮมช็อปปิ้งและทีวีช็อปปิ้ง มีการซื้อเวลาทางทีวีดิจิตอลได้มากขึ้น ทำให้ตลาดยังเติบโตได้ ซึ่งปีที่ผ่านธุรกิจโฮมช็อปปิ้งมีอัตราการเติบโตได้ถึง 21% มูลค่าตลาด 8 พันล้านบาท ซึ่งในไตรมาสที่ 2 ก็คาดว่าน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ อย่างที่ผ่านมามีการซื้อสินค้า 1.5 หมื่นบาทเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี ก็ทำให้ตลาดเติบโตได้ดี ปีนี้ก็น่าจะมีมาตรการอะไรออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกเช่นกัน"
นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบด้านธุรกิจการค้า และกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แต่แนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่คงจะไม่หวือหวาและคงไม่ลดต่ำลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินงานของบริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มการเติบโต พร้อมกับการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ทั้งแบรนด์ของบริษัท และสินค้าแบรนด์อื่นเข้ามาทำตลาด ซึ่งปีนี้กลุ่มธุรกิจการค้าฯ น่าจะเติบโตได้ 12-15%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,143 วันที่ 25 - 30 มีนาคม พ.ศ. 2559
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซ่า และเซ็นทรัล เฟสติวัล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กำลังซื้อผู้บริโภคในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาถือว่ายังมีอยู่ เห็นได้จากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสาขาต่างจังหวัดยังมีอยู่ไม่ได้ลดลง รวมทั้งเม็ดเงินที่หมุนเวียนใช้จ่ายในศูนย์ก็ยังเป็นตัวเลขที่สูง ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะศูนย์การค้าแต่งละแห่งต่างจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีความได้เปรียบและกลายเป็นแลนด์มาร์กดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ
ขณะที่ผู้บริโภคบางกลุ่ม เช่น ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายาง หรือเกษตรกรบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลเกษตรที่ตกต่ำ จะทำให้มีกำลังซื้อลดลง ระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อไฮเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า อย่างไรก็ดีคาดว่าในไตรมาส 2 จะมีการแข่งขันด้านโปรโมชันที่มากขึ้นและแรงขึ้น เพื่อดึงดูดกำลังซื้อลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะรอดูผลและเม็ดเงินที่รัฐบาลจะอัดฉีดลงมาอีก
ขณะเดียวกันนายปิติ ภิรมณ์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ สิงห์,ลีโอ กล่าวว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงในช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ามีผลกระทบต่อธุรกิจเบียร์พอสมควรในช่วงต้นปี เนื่องจากเบียร์ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ที่ผู้บริโภคจะลดการซื้อลงเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวโดยปีที่ผ่านมาตลาดเบียร์มีการอัตราการเติบโตเพียง 1% เท่านั้น ทำให้บริษัทต้องหันมาบริหารจัดการเรื่องต้นทุนการผลิต การบริหารจัดการภายในแทน อีกทั้งยังหันมาให้ความสำคัญกับในส่วนของธุรกิจที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น เพื่อเป็นการบริหารจัดการและรักษาระดับการเติบโตให้แก่บริษัท
สำหรับภาพรวมตลาดเบียร์ในปีนี้คาดการณ์ว่าจะซบเซาหนักกว่าปีที่ผ่านมา โดยน่าจะติดลบ 3-5% จากปีก่อนที่ตลาดเติบโตที่ 1% ซึ่งการเติบโตมาจากการกักตุนสินค้าของผู้ประกอบการก่อนการขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอกอฮอล์ ประกอบกับการรณรงค์ให้ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของภาครัฐยิ่งทำให้ตลาดค่อนข้างเงียบเหงา
ด้านนายโชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมไตรมาส 1 ปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี ขณะเดียวกันจากการสังเกตพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่ลงเงินโฆษณาในไตรมาสแรกส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ชะลอการใช้เงินจำนวนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากรอดูสถานการณ์ปัจจัยด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล เป็นต้น ขณะที่แนวโน้มตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปบริษัทคาดว่าจะดีขึ้น ประกอบกับอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
"สถานการณ์ช่วงไตรมาสแรกยังคงทรงตัวต่อเนื่อง แต่ในด้านบริษัทนับว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาบริษัทสังเกตพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าที่ใช้เงินโฆษณาในประเทศไทย แบ่งเป็น 3กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้ามีเงินและวางแผนการใช้เงินโฆษณาอยู่แล้ว, กลุ่มลูกค้ามีเงินแต่รอดูสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล และกลุ่มลูกค้าที่ไม่ค่อยใช้เงิน ซึ่งที่ผ่านในไตรมาสแรกส่วนใหญ่จะมีกลุ่มลูกค้าที่มีเงินแต่ไม่กล้าจ่ายเงินเนื่องจากรอดูสถานการณ์อยู่มาก อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าหลังจากนี้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไปสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นต่อเนื่อง"
สอดรับกับนายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบด้านธุรกิจการค้า และกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แต่แนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่คงจะไม่หวือหวาและคงไม่ลดต่ำลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินงานของบริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มการเติบโต พร้อมกับการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ทั้งแบรนด์ของบริษัท และสินค้าแบรนด์อื่นเข้ามาทำตลาด ซึ่งปีนี้กลุ่มธุรกิจการค้าฯ น่าจะเติบโตได้ 12-15%
ขณะที่นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนแรกยอดขายของบริษัทเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยสำคัญหลายประการ อาทิ ปีที่ผ่านมาสภาพตลาดและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ยอดขายไม่เติบโต ในช่วงเทศกาลตรุษจีนบริษัทจัดโปรโมชัน เพื่อกระตุ้นยอดขายให้ผู้บริโภคซื้อสินค้ามากกว่า 1 ชิ้น รวมถึงอานิสงส์การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่ส่งผลต่อเนื่องถึงช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ด้วย
"การกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดขึ้น จะต้องสร้างความเชื่อมั่น เพราะถ้าผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นจะมีการจับจ่ายใช้สอย ภาวะเศรษฐกิจไทยมีปัญหาที่มันลึกมาก ปีนี้มีเรื่องภัยแล้งด้วย ทำให้ความเชื่อมั่นของคนไทยไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ไตรมาสแรกที่เติบโตเพราะความเชื่อมั่นและปัจจัยหลายอย่างที่ประกอบกัน ส่วนในไตรมาสที่ 2 จึงต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อเนื่องด้วย"
นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจโฮมช้อปปิ้งแบรนด์ทีวีไดเร็ค และในฐานะนายกสมาคมทีวีโฮมช้อปปิ้ง (ประเทศไทย) หรือ THA กล่าวถึงทิศทางธุรกิจในโฮมช้อปปิ้งในไตรมาสแรกของปีนี้ว่า มีแนวโน้มที่เติบโตต่อเนื่องในอัตรา 20% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ธุรกิจทีวีดิจิตอลเริ่มมีความชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถซื้อช่วงเวลาเพื่อโฆษณาและขายสินค้าได้ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่มีความใกล้เคียงกับช่องทางโฮมช็อปปิ้ง ประกอบกับผู้บริโภคไม่ออกไปจับจ่ายใช้สอยนอกบ้าน จึงมีเวลาที่จะเห็นรายการขายสินค้าผ่านโทรทัศน์มากขึ้น และเกิดการสั่งซื้อสินค้า
"กำลังซื้อของคนไทยยังมีแต่อาจจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการไม่ออกไปใช้จ่ายนอกบ้านมาเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ผู้ประกอบการโฮมช็อปปิ้งและทีวีช็อปปิ้ง มีการซื้อเวลาทางทีวีดิจิตอลได้มากขึ้น ทำให้ตลาดยังเติบโตได้ ซึ่งปีที่ผ่านธุรกิจโฮมช็อปปิ้งมีอัตราการเติบโตได้ถึง 21% มูลค่าตลาด 8 พันล้านบาท ซึ่งในไตรมาสที่ 2 ก็คาดว่าน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ อย่างที่ผ่านมามีการซื้อสินค้า 1.5 หมื่นบาทเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี ก็ทำให้ตลาดเติบโตได้ดี ปีนี้ก็น่าจะมีมาตรการอะไรออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกเช่นกัน"
นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบด้านธุรกิจการค้า และกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้ง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกของปีนี้ ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แต่แนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่คงจะไม่หวือหวาและคงไม่ลดต่ำลงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินงานของบริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มการเติบโต พร้อมกับการสร้างแบรนด์สินค้าใหม่ทั้งแบรนด์ของบริษัท และสินค้าแบรนด์อื่นเข้ามาทำตลาด ซึ่งปีนี้กลุ่มธุรกิจการค้าฯ น่าจะเติบโตได้ 12-15%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,143 วันที่ 25 - 30 มีนาคม พ.ศ. 2559






