
สั่งปิดรง.แยกขยะเลี่ยงภาษี จ่อยึดทรัพย์เจ้าของชาวสิงคโปร์
สตช. จับมือกระทรวงอุตสาหกรรม กรมศุลฯ สั่งปิดโรงงานรีไซเคิลสายไฟที่อยุธยา หลังพบสำแดงเท็จเข้ามาจากต่างประเทศ เข้าข่ายความผิดพร.บ.ฟอกเงิน จ่อยึดทรัพย์เจ้าของ "ชาวสิงคโปร์"
วันนี้(15 มิ.ย.62) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วยนายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจค้น บริษัท สยามบานเล็ก สแค็ป ไอเอิน จำกัด ซึ่งเปิดเป็นโรงงานคัดแยกขนย้ายขยะเถื่อนใน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้มีเจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ นำเข้าสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ โดยสำแดงสินค้ากับกรมศุลกากรผิดประเภท เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ขณะเดียวกันมีการคัดแยกสายไฟและขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งหากมีการนำขยะเหล่านี้ไปคัดแยก หรือทำลายอย่างผิดวิธี จะก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ เกิดสารที่เป็นโลหะหนักเป็นอันตรายต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
“สินค้าทั้งหมดของโรงงานจะต้องถูกยึด อายัดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบและโรงงานจะถูกสั่งปิดตั้งแต่วันนี้ (15 มิ.ย.) เป็นต้นไป โดยหลังจากนี้ หากตรวจพบว่า เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การฟอกเงิน จะดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งของที่ถูกยึด ห้ามยักย้ายถ่ายเทเด็ดขาดและต้องถูกกำจัดทิ้งตามกระบวนการที่ถูกต้องโดยมีเจ้าของโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบ"
ด้าน นายสุรพล ชามาตย์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า บริษัทแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 2557 ก่อนที่จะตรวจพบว่า มีการดำเนินการผิดระเบียบ พ.ร.บ.โรงงาน โดยบริษัทแห่งนี้ได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรมให้สามารถทำการบีบอัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามระเบียบโรงงานลำดับที่ 64 ส่วนการรีไซเคิลขยะ ตามระเบียบลำดับที่ 105 พบว่า การต่ออายุใบอนุญาต และการคัดแยกขยะตามระเบียบลำดับที่ 106 อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาต แต่บริษัทแห่งนี้กลับดำเนินการคัดแยกก่อน
ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้มีการนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาโดยสำแดงชนิดสินค้าประเภทซึ่งก่อนหน้านี้โรงงานได้สำแดงสินค้าประเภททองแดงที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งกฎหมายยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี แต่กลับตรวจพบว่า มีการนำสินค้าประเภทสายไฟเข้ามา ซึ่งต้องเสียภาษี 10% ของราคา CIF (ราคาสินค้า, ค่าขนส่ง, ค่าประกันภัย) การกระทำลักษณะนี้ เข้าข่ายการหลีกเลี่ยงภาษี






