thansettakij
thansettakij
ลืมกันรึยัง! เปิดแผนเผชิญเหตุ เมื่อฝนจ่อกระหน่ำกทม.

ลืมกันรึยัง! เปิดแผนเผชิญเหตุ เมื่อฝนจ่อกระหน่ำกทม.

13 มิ.ย. 62 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มิ.ย. 62 | 11:14 น.

ลืมกันรึยัง! เปิดแผนเผชิญเหตุ เมื่อฝนจ่อกระหน่ำกทม.

 

ในฤดูฝนแบบนี้ ชาวกทม.และปริมณฑล คงหวาดผวาเมื่อเวลาฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเดินทางไปทำงานและเดินทางกลับบ้าน เพื่อหนีปัญหาการจราจรและน้ำท่วมขัง ที่เรียกกันติดปากว่า “น้ำรอการระบาย” เพื่อไม่ให้ร่างกายและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

 

“ฐานเศรษฐกิจ” ได้ตรวจสอบพบมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2558  ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งครม.มีมติรับทราบการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ  และปริมณฑล ตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอ  ซึ่งเป็นการแบ่งภารกิจการทำหน้าที่เมื่อมีฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่กทม.และปริมณฑล

ลืมกันรึยัง! เปิดแผนเผชิญเหตุ เมื่อฝนจ่อกระหน่ำกทม.

เริ่มจาก กรุงเทพมหานคร มี 5 ภารกิจที่ต้องรับผิดชอบคือ 1. รับผิดชอบเรื่องการระบายน้ำ การกําจัดขยะ การประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2 เฝ้าระวังและเตรียมการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงเดิม 22จุด และ สําหรับพื้นที่เสี่ยงใหม่ 5 จุด เพิ่มเติม ได้แก่ อโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยแบริ่ง ถนนรามคําแหง ซอย 1-3 และถนนพหลโยธิน ช่วงทางไปลําลูกกา ได้เตรียมการแก้ไขปัญหาและประสานการปฏิบัติกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 3. ดําเนินการแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพิ่มกําลัง เจ้าหน้าที่จัดการขยะ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รวมถึงการประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมแก้ไข ปัญหาด้วยแล้ว 4. ตั้งกลุ่ม LINE ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นช่องทางแจ้งเตือนก่อนเกิดฝนตก 5 ประสานการปฏิบัติร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง ในการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับ โดยเฉพาะจุดที่ส่งผลกระทบต่อเครื่องสูบน้ำ และกองบังคับการตํารวจจราจรในการแก้ไขปัญหาการจราจรตลอด 24 ชั่วโม

ส่วนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ(สตช.) มี 2 ภารกิจ คือ 1. เพิ่มกําลังใน 22 จุดเสี่ยงเดิม และจุดเสี่ยงเพิ่มเติม ตลอด 24  ชั่วโมง 2. เสนอข้อมูลจุดเสี่ยงอื่นเพื่อการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ได้แก่ บริเวณต่านเพลินจิต แยก อ.ส.ม.ท. หน้าโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี บริเวณหน้าปั้ม ป.ต.ท. สี่แยกบางนา และ อุโมงค์ดินแดง

 

ซึ่งในมติครม.ระบุจุดเสี่ยงว่า ในส่วนของเขตรอยต่อระหว่างเขตปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร ดังนี้ เขตรอยต่อจังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ - ถนนงามวงศ์วาน บริเวณใต้ทางด่วน - ถนนรัตนาธิเบศร์ - ถนนแจ้งวัฒนะ เช่น บริเวณหน้าเซนทรัลแจ้งวัฒนะ  เขตรอยต่อจังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ - บริเวณอนุสรณ์สถาน แยกทางเข้าลําลูกกา - ตลาดสี่มุมเมือง - เมืองเอก - หน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ  เขตรอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ได้แก่ - ตลาดสําโรง แยกปู่เจ้าสมิงพราย

 

สำหรับกองทัพบกมี 4 ภารกิจ คือ 1. ทุกเหล่าทัพแบ่งกำลังรับผิดชอบในทุกเขต โดยในส่วนของกองทัพบก เช่น กองพลที่1 รักษาพระองค์ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และกองพลทหารราบที่ 4 รับผิดชอบเขต กรุงเทพมหานคร กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รับผิดชอบ เขตสมุทรปราการ กองพลทหารปืนใหญ่ ต่อสู้อากาศยาน รับผิดชอบเขตนนทบุรี และปทุมธานี เป็นต้น 2. ภารกิจที่มอบหมาย ได้แก่ การช่วยอํานวยความสะดวกการจราจร การเข็น รถเสียออกจากผิวจราจร การจัดชุดซ่อม สนับสนุนเครื่องสูบน้ำในบางจุด เป็นต้น 3. การปฏิบัติงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.02) โดยการเสริม กำลังสารวัตรทหารปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4.การออกปฏิบัติการ เมื่อตรวจสอบจากเรดาร์ของสำนักการระบายน้ำ และกรมอุตุนิยมวิทยา หากพบฝนตกในพื้นที่กรุงเทพมหานครเกิน ๔๐ มิลลิเมตร ขึ้นไปจะออกปฏิบัติการทันที

ด้าน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มี 4 ภารกิจ 1.สถานศึกษาในสังกัด จํานวน 21แห่ง ในกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมภารกิจ  2.สถาบันในเขตปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้พื้นที่รอยต่อกับกรุงเทพมหานครเข้าร่วมภารกิจด้วย และในอนาคตสถาบันอาชีวะในทุกจังหวัด จะประสานการปฏิบัติในภารกิจนี้ร่วมกับจังหวัดผ่านทางสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 3.นักศึกษาที่เข้าร่วมภารกิจจะเตรียมการอยู่ ณ ที่ตั้ง แห่งละ 20-30 คน และจะออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่จุดเสี่ยงใกล้เคียงกับพื้นที่ของสถาบัน 4.ภารกิจ คือ การซ่อมรถจักรยานยนต์/รถยนต์เบื้องต้น ให้สามารถใช้ต่อได้ และการเข็นรถออกไม่ให้กีดขวางการจราจร

 

ขณะที่การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) มี 4 ภารกิจ 1.ประสานการปฏิบัติโดยตรงระหว่างกรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้า นครหลวงเขต ตั้งแต่การเฝ้าระวังสถานการณ์ การแจ้งเตือน และการเตรียมการแก้ไขปัญหา 2.จัดชุดปฏิบัติการเตรียมความพร้อมในจุดเสี่ยงสำคัญ โดยการจัดรถพร้อม เจ้าหน้าที่ขุดบำรุงรักษา ประจำใกล้ ๆ จุดเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณสถานีสูบน้ำ เป็นต้น 3.ให้ตัดแต่งกิ่งไม้บริเวณที่อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบการจ่ายไฟฟ้าให้เรียบร้อย 4.ในจุดเสี่ยงสำคัญที่ห้ามไฟดับโดยเด็ดขาด ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สำรอง (Generator) และช่างซ่อมไฟฟ้าประจำไว้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสูบน้ำของกรุงเทพมหานคร

 

และสุดท้าย กรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย(ปภ.) มี 4 ภารกิจ 1.จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนกรณีน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการประสานการปฏิบัติในภารกิจต่าง ๆ สนับสนุนการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานครและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.จัดชุดปฏิบัติการสนับสนุนกรณีรถเสียกีดขวางการจราจรช่วงน้ำท่วม ตลอดจน ความเดือดร้อนอื่น ๆ ของประชาชน 3. สรุปการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานให้ผู้บริหารระดับสูงทราบอย่างต่อเนื่อง และ 4. ประสานการแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง กรณีพื้นที่การจราจร ติดขัดในช่วงฝนตกหนัก ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.02) โดยเพิ่มช่องทางในการสื่อสารถึง ประชาชนให้มากขึ้น