thansettakij
thansettakij
อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน

อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน

27 พ.ค. 65 | 07:01 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ค. 65 | 16:42 น.

อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชนถ่ายทอดเทคโนโลยีชุดต้นแบบระบบน้ำสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักอินทรีย์เชิงการค้าเพื่อตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิตด้านแรงงานและการบริหารจัดการภายในฟาร์ม

วันที่ 27 พ.ค.รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ในฐานะโฆษก อว. เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กปว.) สำนักงานปลัด อว.ดำเนินโครงการสร้างกำลังคนและทักษะแห่งอนาคตในภูมิภาค

 

เพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมของประเทศและโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจท้องถิ่นในภูมิภาคด้วยองค์ความรู้ภูมิปัญญาและนวัตกรรม ซึ่งกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สกสว.) ผ่านแผนงานการส่งเสริมการนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน

 

โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีชุดต้นแบบระบบน้ำสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักอินทรีย์เชิงการค้าเพื่อตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์โดย ดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์บ้านหนองแปน บ้านหนองแปน ต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม   

อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน

เลขานุการ รมว.อว.กล่าวว่า อุทยานฯ ได้ทำการลงพื้นที่ สำรวจเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ ด้านปัญหาที่ต้องการปรับปรุงการให้บริการบริหารจัดการภายในฟาร์ม (IoT) การออกแบบระบบการจัดการภายในฟาร์ม

 

เช่น ระบบการให้น้ำ ให้ปุ๋ย แบบฟอร์มบันทึกที่จำเป็นต่อระบบการผลิตผักอินทรีย์ แบบสมาร์ทฟาร์ม ตลอดจนเทคนิคและเทคโนโลยีการผลิตพืชอินทรีย์ให้ได้คุณภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยีชุดต้นแบบระบบน้ำสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักอินทรีย์ผ่าน “ชุดต้นแบบระบบน้ำสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผักอินทรีย์เชิงการค้าเพื่อตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์”

 

โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 คน ปรากฎว่า  สามารถลดต้นทุนการผลิตด้านแรงงานและการบริหารจัดการภายในฟาร์ม ได้แก่  การลดการจ้างแรงงานรายวันโดยมีการนำระบบการบริหารจัดการแบบสมาร์ทฟาร์มเข้ามาควบคุมระบบการให้น้ำให้ปุ๋ย ผ่าน application ทางสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ลดระยะเวลาในการดูแลรักษาตลอดอายุการเก็บเกี่ยวของผลผลิตในแต่ละรอบ

อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน

 รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญ ยังลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เมื่อสามารถลดการใช้สารเคมีและสารกำจัดแมลงศัตรูพืช จึงทำให้ระบบนิเวศน์ไม่เกิดการปนเปื้อนสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำและตกค้างในดิน มีความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งทำให้สามารถวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและควบคุมคุณภาพผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ
      อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน                                                                                                                                                       
“ผู้ประกอบการมีรายได้ที่เกิดขึ้นหลังจากการเข้าร่วมโครงการ โดยคิดเป็นร้อยละ 25 จากรายได้ก่อนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีรายได้หลักจากการผลิตและจำหน่ายผักสลัดและต้นอ่อนทานตะวันงอกและจากนี้ จะมีการขยายผลในพื้นที่โดยพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตพืชผักตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร ขณะที่ ผู้ประกอบการสามารถสร้างเครือข่ายการผลิตในรูปแบบ Contact Farming ในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับเกษตรสมาชิกได้โดยมีแผนที่จะพัฒนาเป็นผู้ประกอบการด้านการผลิตพืชอาหารเป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ตลอดห่วงโซ่อาหาร” รศ.(พิเศษ) ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าว

อุทยานวิทย์ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมช่วยชุมชน ใช้ระบบน้ำสั่งผ่านสมาร์ทโฟน