
ตัดสิทธิ์กลุ่ม NPC ไม่เป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้กทท.ทบทวน
ตัดสิทธิ์กลุ่ม NPC ไม่เป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้ กทท.ทบทวน
วันที่ 8 พ.ค. 62 พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาคำร้องจากกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นพีซี (NPC) ในกรณีที่ทางกลุ่มได้ยื่นเอกสารในซองที่ 2 เพื่อประกอบการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนก่อสร้าง บริหาร และประกอบการโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ในสาวนท่าเทียบเรือ F ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) แต่ถูกตัดสินทธิ์โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯระบุว่ายื่นเอกสารเข้ามาไม่ครบตามมาตรฐานที่คณะกรรมการกำหนดทำให้ไม่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งทำให้คณะกรรมการตัดสิทธิ์กลุ่มเอ็นซีพีในการเข้าประมูลโครงการดังกล่าว
โดยคำวินิจฉัยเห็นว่าเอกสารสัญญากิจการร่วมค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนซึ่งทางคณะกรรมการคัดเลือกฯบอกว่าไม่ได้ลงนามในช่องที่กำหนดไว้ เป็นเหตุให้คณะกรรมการลงมติว่าไม่ถูกต้อง ทำให้ปรับตกไม่อยู่ในกระบวนการคัดเลือกต่อ ประเด็นนี้วินัจฉัยแล้วเห็นว่าในเอกสารได้ลงนามแม้ไม่ได้อยู่ในช่อง แต่ว่าข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดไว้ว่าถ้าเป็นเอกสารแบบฟอร์มทางราชการต้องทำไปตามนั้น แต่อันนี้ไม่ได้เป็นแบบฟอร์มเอกสารตามราชการ ด้วยเหตุนี้การไม่ได้ลงนามในช่อง แต่มีการลงนามในเอกสารแผ่นดังกล่าวครบถ้วนเพียงแต่ไม่ได้อยู่ในช่อง ก็ถือว่าไม่ใช่ข้อบกพร่องที่เป็นสาระสำคัญ ประกอบกับหลังจากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯได้สอบถามว่าบริษัทที่เป็นกิจการร่วมค้ามีความประสงค์จะผูกพันหรือไม่กับการที่จะดำเนินโครงการนี้ บริษัท NPC จึงมีหนังสือสำทับไปว่ามีความผูกพันที่จะดำเนินโครงการนี้ทุกประการ
“ในคณะกรรมการคัดเลือกฯ มีกรรมการที่เป็นผู้แทนของอัยการสูงสุด ซึ่งได้มีความเห็นว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นสาระสำคัญ ซึ่งกรรมการคัดเลือกมีองค์ประกอบอยู่ 8 ท่าน มีฝ่ายกฎหมายคนเดียวคือท่านผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด นอกนั้นเป็นกรรมการจากหน่วยงานอื่น เช่น กองทัพเรือที่อาจจะดูเรื่องความมั่นคง กรรมการจากสำนักงาน EEC ซึ่งท่านก็มีความรู้ด้านวิศวกรรม ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกใช้วิธีการโหวต แทนที่จะเป็นวิธีการรับฟัง ซึ่งการโหวตเป็นประเด็นที่เราไม่เห็นด้วย เพราะคณะกรรมการท่านอื่นไม่ใช่ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย จะมาตัดสินข้อกฎหมายด้วยการโหวตไม่ได้ จึงเป็นประเด็นที่ไม่เห็นด้วย รวมถึงถ้าเป็นเรื่องในทางเทคนิคก็ต้องรับฟังไม่ใช่ว่าใช้วิธีโหวตลงมติ คำวินิจฉัยเห็นว่าการดำเนินการของคณะกรรมการคัดเลือกฯไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้อง จึงมีมติให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)กลับไปทบทวน และให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้อง เพอประโยชน์สูงสุดของรัฐต่อไป”
พลเอกวิทวัส กล่าวอธิบายว่า ก่อนหน้านี้การท่าเรือฯไม่รับคำอุทธรณ์ของผู้ร้อง แต่ถือว่ากระบวนการยังไม่สิ้นสุด ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งคำวินิจฉัยนี้ไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และคณะกรรมการอีอีซีด้วย ซึ่งทราบว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการอีอีซีในสัปดาห์หน้า จึงจะส่งคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะไปยังการท่าเรือและกรรมการอีอีซีด้วย แต่หากการท่าเรือและคณะกรรมการอีอีซีคัดค้านจากนั้นค่อยว่ากันอีกที






