
"มหาสารคาม - กทม. - นครพนม" 3 จังหวัด "คดีเมาแล้วขับ" สูงสุดในประเทศไทย
กรมคุมประพฤติส่งผู้ถูกคุมประพฤติเข้าบริการประชาชนตามด่านตรวจค้น ด่านชุมชน หรือ จุดบริการประชาชนเดินทางกลับกรุง
วันที่ 17 เม.ย. 2562 นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 16 เม.ย. 2562 มีจำนวน 19 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุราทั้งหมด เนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่
สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 8,642 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 8,481 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.14 คดีขับเสพ จำนวน 150 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.73 คดีขับรถประมาท จำนวน 11 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.13
จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จ.มหาสารคาม จำนวน 596 คดี กรุงเทพมหานคร จำนวน 480 คดี และ จ.นครพนม จำนวน 440 คดี
อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม ดำเนินการตามแผนบูรณาการป้องกันและอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ในลักษณะยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Approach) เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งเพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยให้ความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ประชาชน ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา ได้มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ยังคงนำผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าทำงานบริการสังคมตามด่านตรวจค้น ด่านชุมชน หรือ จุดบริการประชาชน เพื่อรองรับประชาชนที่กำลังเดินทางกลับเข้าสู่วันทำงาน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคุมประพฤติยังคงเข้าตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งมอบอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานตามด่านตรวจและจุดบริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง






