thansettakij
thansettakij
จี้ลงโทษหนัก เสี่ยซิ่งเบนซ์ ชนรองผกก.เสียชีวิต

จี้ลงโทษหนัก เสี่ยซิ่งเบนซ์ ชนรองผกก.เสียชีวิต

13 เม.ย. 62 | 09:00 น.

     

จี้ลงโทษหนัก เสี่ยซิ่งเบนซ์ ชนรองผกก.เสียชีวิต
    จี้ลงโทษหนัก เสี่ยซิ่งเบนซ์ ชนรองผกก.เสียชีวิต ไม่ใช่โทษประมาทแต่เล็งเห็นผลเจตนาฆ่า ด้านเครือข่ายป้องกันภัยน้ำเมา ชงเอาผิดสถานที่ขายเหล้าให้คนเมาขาดสติ

   จากกรณีอุบัติเหตุเมาแล้วขับ เมื่อกลางดึกของวันที่ 11 เมษายน 2562 บนถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสองราย คือ พ.ต.ท. จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก. (สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองปราบปราม และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ภรรยาอายุ 44 ปี ส่วนนางสาวพิญาภา งามสุวิชชากุล ลูกสาวอายุ 16 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยผู้ก่อเหตุ เป็นนักธุรกิจชื่อดังคือนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ 57 ปี จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 
        วันนี้(13 เม.ย.62) นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น ภรรยาดาบตำรวจเหยื่อเมาแล้วขับชนเสียชีวิต 5 ศพ เมื่อ ปี 2560 ที่จังหวัดตรัง กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกครอบครัวญาติพี่น้องผู้สูญเสีย  เพราะตนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว กรณีนี้น้องที่อาการโคม่าต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ และทราบว่ายังมีพี่น้องอีกคนที่เรียนอยู่ต่างประเทศ  คงกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง ควรมีนักจิตวิทยาเข้าไปช่วยดูแลเยียวยาทั้งตัวน้องและคนรอบข้าง และขอภาวนาให้น้องหายโดยเร็ว กลับมามีพลังใจในการใช้ชีวิต ส่วนตัวเชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงจะดูแลอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับกรณีของตน  ส่วนผู้ก่อเหตุ ประชาชนทั้งประเทศกำลังจับตาคดี อยากเห็นการลงโทษเป็นเจตนาทำให้เสียชีวิตไม่ใช่แค่ประมาท เพราะที่ผ่านมามีแค่ประมาท ปัญหาเมาแล้วขับจึงไม่ลดลง กรณีสามีตนถูกคนเมาแล้วขับชนเสียชีวิต 5 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย ตอนนี้ผู้ก่อเหตุติดคุกเพียง 4 ปี ส่วนการฟ้องเเพ่งกับคนขับ ผู้ก่อเหตุและนายจ้างเจ้าของรถ ศาลเเพ่งพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยอยู่ระหว่างอุทธรณ์  ซึ่งก็ต้องสู้กันต่อไปเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง
         “เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากทำให้ใครตาย แต่สามัญสำนึกของคนเมาแล้วขับ คุณต้องรู้ว่าคุณกำลังตั้งใจฆ่าหรือทำให้คนอื่นบาดเจ็บ เสียหาย  การกระทำมันบอกชัดเจน  เราต้องใช้ยาแรงกันอย่างจริงจังเสียที  เพราะมาตรการเดิม แค่ประมาท  มันรับมือกับปัญหาเมาไม่ขับไม่ไหวถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์  ความผิดฐานเมาแล้วขับคงไม่เพิ่มมากขนาดนี้  ชีวิตทุกชีวิตมีค่าอย่ารอให้สูญเสียขึ้นมาแล้วมาเสียดายทีหลัง และต้องขอบคุณรัฐบาลที่มีนโยบายนี้ออกมา  เพราะแม้จะมีกฎหมายอยู่แล้วแต่ถ้าไม่มีความชัดเจนทางนโยบายกฎหมายก็เป็นเพียงเสือกระดาษ  แต่ครั้งนี้คงได้เห็น ไม่ว่ายากดีมีจน หรือร่ำรวยมาจากไหน คนผิดเมาแล้วขับต้องโดนลงโทษฐานเจตนาทำให้เสียชีวิตมิใช่ประมาท” นางรัชฐิรัชฎ์  กล่าว
           นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย  จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย  ซึ่งต้องติดตามว่าผลสิ้นสุดของคดีนี้จะเป็นอย่างไร   นโยบายรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาเมาแล้วขับ  ด้วยการให้เป็นเจตนาเล็งเห็นผลหรือเจตนาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต  มิใช่แค่ประมาทนั้น  จะมีผลนำไปสู่การลงโทษอย่างไร  ซึ่งหากกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำคือพนักงานสอบสวนไปจนถึงอัยการและศาล  เห็นไปในทางเดียวกันเชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อปัญหาเมาแล้วขับอย่างไรก็ตามจากการติดตามข้อมูลของตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุไปดื่มมาจากสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง  นั่นหมายความว่าสถานที่แห่งนี้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่มีอาการมึนเมาครองสติไม่ได้ด้วยใช่หรือไม่  เพราะจะเป็นความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี  ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้วย  จึงไม่อยากให้พนักงานสอบสวนละเลยในจุดนี้ ควรพิสูจน์ไปให้ถึง  เพื่อทำให้บรรดาผู้ประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  มีความรับผิดรับชอบจากสินค้าของตัวเองด้วย  ซึ่งจะเป็นการยกระดับในภาพรวมของปัญหา  มิใช่ให้ผู้ดื่มรับผิดเพียงฝ่ายเดียว  คนขายสินค้าที่สร้างผลกระทบขนาดนี้ต้องตระหนักและรับผิดชอบมากกว่านี้  เช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งญี่ปุ่นหรืออเมริกา
          “นี่ไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ แต่เป็นการนำกฎหมายที่มีอยู่เดิม มาบังคับใช้ในระดับที่เข้มข้นเท่านั้น และเชื่อว่ายังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์  จึงอยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายไปในทิศทางนี้  และหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ละเลย พยายามทำสำนวนให้อ่อน ช่วยเหลือวิ่งเต้น ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องโดน 157 ด้วย” นายชูวิทย์ กล่าว      

จี้ลงโทษหนัก เสี่ยซิ่งเบนซ์ ชนรองผกก.เสียชีวิต