
111
คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๔/๒๕๖๒ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม
ตามที่ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๙ เรื่อง การประมูลคลื่นความถี่ เพื่อกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ เพื่อให้การประมูลคลื่นความถี่ สําหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน ๘๙๕ - ๕๑๕ MHz/๙๔๐ - ๔๖๐ MHz ที่ต้องดําเนินการใหม่เป็นไป ด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว เป็นธรรม และได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗๖/๒๕๕๔ เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เพื่อให้ ความช่วยเหลือกับผู้ประกอบการสุจริตที่ไม่อาจชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ได้ทัน ภายในระยะเวลาที่กําหนดไปแล้ว นั้น
โดยที่ในปัจจุบันได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สภาพปัญหาจากการแข่งขันทางธุรกิจสําหรับกิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ปัญหาด้านความพร้อมทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผลกระทบ จากรายได้ของผู้ประกอบการที่สุจริต อันส่งผลถึงความสามารถในการชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ได้ทันภายในระยะเวลาที่กําหนดนั้นยังคงอยู่ จึงจําเป็นต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ ขั้นตอนและ กําหนดระยะเวลาในการชําระค่าธรรมเนียม เพื่อให้การประกอบกิจการดังกล่าวสามารถดํารงอยู่ได้โดย ไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมการประมูล คลื่นความถี่ย่าน ๗๐๐ MHz และ ๒๖๐๐ MHz ซึ่งจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเทคโนโลยี ๕G อันทําให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มีความมั่นคงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหนาคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติและในการวินิจฉัยตามคําสั่งนี้ ให้เลขาธิการ กสทช. มีอํานาจวินิจฉัย และคําวินิจฉัยของเลขาธิการ กสทช. ให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๓ ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบ แห่งชาติเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ส่วนที่ ๑ กรณีผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม
ข้อ ๔ ในส่วนนี้
“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน ๘๙๐ - ๕๑๕ MHz/ ๕๓๕ - ๕๖0 MHz
“คําสั่ง” หมายความว่า คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๙ เรื่อง การประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
“ประกาศ” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สําหรับกิจการ โทรคมนาคม ย่าน ๔๙๕ - ๕๑๕ MHz/๔๔๐ - ๔๖๐ MHz หรือประกาศคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่สําหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน ๘๙๐ - ๘๙๕/๕๓๕ - ๕๔๐ MHz
ข้อ ๕ ให้ผู้รับใบอนุญาตชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ต่อไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กําหนดในคําสั่งหรือประกาศ
ข้อ ๖ ผู้รับใบอนุญาตรายใดไม่สามารถชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ตามข้อ ๕ ได้ ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นแจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ เพื่อขอแบ่งชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ต่อไป
ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาแบ่งชําระเงินจากเงินประมูลคลื่นความถี่ทั้งหมดที่ผู้รับใบอนุญาต ต้องชําระออกเป็นสิบงวด ปีละงวด งวดละเท่า ๆ กัน โดยให้ปีที่ผู้รับใบอนุญาตประมูลคลื่นความถี่ได้ ตามคําสั่งหรือประกาศเริ่มนับเป็นงวดแรก และเมื่อสํานักงาน กสทช. พิจารณาแบ่งเงินประมูลคลื่นความถี่ ที่ต้องชําระในแต่ละงวดได้แล้ว ให้ผู้รับใบอนุญาตชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ตามงวดดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป สําหรับงวดที่ต้องชําระในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้ชําระรวมกับเงินชดเชยของงวด ที่ผ่านมาด้วย
ในระหว่างการแบ่งชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ตามวรรคสอง ให้ผู้รับใบอนุญาตวางหนังสือ ค้ําประกันจากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อค้ําประกันการชําระเงินประมูลในส่วนที่เหลือ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามคําสั่งหรือประกาศ
ข้อ ๗ กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ในส่วนที่เหลือตามงวดที่แบ่งชําระ ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้รับใบอนุญาตต้องชําระเงินประมูลคลื่นความถี่เพิ่ม เป็นจํานวนเงิน เท่ากับผลคูณของจํานวนเงินประมูลคลื่นความถี่ที่ค้างชําระกับอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี คํานวณเป็นรายวัน โดยหากพ้นกําหนดชําระเงินตามเวลาที่ระบุ จะถือว่าผู้รับใบอนุญาตกระทําผิด เงื่อนไขของการอนุญาต และ กสทช. อาจพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้
ส่วนที่ ๒ การจัดสรรคลื่นความถี่สําหรับกิจการโทรคมนาคม
ข้อ ๘ ให้สํานักงาน กสทช. ดําเนินการจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีการเรียกคืนตามข้อ ๑๑ สําหรับใช้ในกิจการโทรคมนาคม โดยพิจารณาจัดสรรคลื่นความถี่ให้แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ ย่าน ๔๙๐ - ๕๑๕ MHz/๕๓๕ - ๕๖๐ MHz ก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงาน กสทช. กําหนด โดยมิให้นําความในมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้บังคับ
ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน ๘๙๐ - ๔๑๕ MHz/๕๓๕ - ๕๖๐ MHz ไม่ประสงค์จะขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขและให้ผู้ได้รับ ใบอนุญาตชําระเงินประมูลคลื่นความถี่ในงวดที่เหลือตามข้อ ๕ ให้ครบถ้วน และให้สํานักงาน กสทช. จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ต่อไป
ส่วนที่ ๓ กรณีผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล
ข้อ ๙ ในส่วนนี้ “ประกาศ” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การประมูล คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล รายใดประสงค์จะคืนใบอนุญาตที่ได้รับตามประกาศ ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงาน กสทช. ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้สํานักงาน กสทช. พิจารณากําหนดค่าชดเชย ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าว โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ที่ผู้รับใบอนุญาตได้รับในระหว่างที่ได้มี การประกอบกิจการ และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ได้มีการชําระแล้ว
ข้อ ๑๑ ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน ๗๐๐ MHz ในช่วง ๖๙๔ - ๗๙๐ MHz จากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบ ดิจิตอลอื่นนอกจากผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ที่ประสงค์จะคืนใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ เพื่อนําไปจัดสรรใหม่สําหรับกิจการโทรคมนาคมตามข้อ ๘ และให้สํานักงาน กสทช. พิจารณากําหนดการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ถูกเรียกคืน คลื่นความถี่ดังกล่าว
ข้อ ๑๒ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนคลื่นความถี่ตามคําสั่งนี้ ให้ได้รับการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงาน กสทช. กําหนด ดังนี้
(๑) ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล
(๑.๑) ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ต้องชําระงวดสุดท้ายของราคาขั้นต่ํา หรือราคาเริ่มต้น และสองงวดสุดท้ายของราคาที่เกินกว่าราคาขั้นต่ําหรือราคาเริ่มต้นตามประกาศ และให้ดําเนินการ ดังนี้
(ก) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตรายใดยังไม่ชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่จนถึงงวดที่ได้รับยกเว้นตาม (๑.๑) ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นชําระค่าธรรมเนียมดังกล่าว ให้ครบถ้วนจนถึงงวดที่ได้รับยกเว้นตาม (ด.9) โดยให้ชําระภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่คําสั่งนี้ มีผลใช้บังคับ
(ข) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตรายใดชําระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ไว้ เกินไปจากงวดที่ได้รับยกเว้นตาม (๑.๑) ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นได้รับเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวคืน
(๑.๒) ค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดิน ในระบบดิจิตอล (MUX) ตลอดระยะเวลาการได้รับอนุญาตการให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอลที่เหลืออยู่ โดยให้เริ่มมีผลภายหลังจากสิ้นสุดมาตรการบรรเทาผลกระทบตามข้อ ๘ วรรคหนึ่ง ของคําสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ /๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ทั้งนี้ การสนับสนุนดังกล่าวให้สํานักงาน กสทช. จ่ายให้แก่ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายเพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ตามจํานวน ที่เกิดขึ้นจริงที่คู่สัญญาตกลงกัน ซึ่งจะต้องไม่เกินอัตราที่ กสทช. ให้ความเห็นชอบ
(๒) ผู้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่าย และผู้รับใบอนุญาตให้บริการสิ่งอํานวยความสะดวก เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ให้ได้รับการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทน จากผลกระทบ ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการเรียกคืนคลื่นความถี่เท่ากับค่าใช้จ่ายจากการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์
โครงข่ายโทรทัศน์ หรือค่าผลกระทบโดยตรงที่ผู้ให้บริการโครงข่ายได้รับจากการปรับเปลี่ยนการให้บริการ ตามเงื่อนไขการอนุญาตให้บริการโครงข่าย ทั้งนี้ จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ข้อ ๑๓ ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับ การกําหนดวิธีการและเงื่อนไขค่าชดเชยอันเนื่องมาจากการคืนใบอนุญาตตามข้อ ๑๐ และการทดแทน ชดใช้ และจ่ายค่าตอบแทนผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ตามข้อ ๑๒ (๒) ซึ่งประกอบด้วยเลขาธิการ กสทช. หรือผู้แทนสํานักงาน กสทช. เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสํานักงบประมาณ และผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นอนุกรรมการ โดยให้พนักงานที่เลขาธิการ กสทช. มอบหมายทําหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการ
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ในระบบดิจิตอลมีการรวมตัวเพื่อจัดตั้งองค์กรกลางเกี่ยวกับการสํารวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิตอล ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาจัดสรรเงินจํานวนหนึ่ง สําหรับใช้ในการดําเนินการดังกล่าว
ข้อ ๑๕ การทดแทน การชดใช้ หรือการจ่ายค่าตอบแทนตามข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ ตลอดจนการดําเนินการตามข้อ ๑๔ ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาสนับสนุนจากเงินที่เกิดขึ้นจาก การจัดสรรคลื่นความถี่ตามข้อ ๘ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๒ (๑.๑) (ข) ให้สํานักงาน กสทช. จ่ายจากเงิน ที่ได้รับชําระตามข้อ ๑๒ (๑.๑) (ก) หรือเงินที่เกิดขึ้นจากการจัดสรรคลื่นความถี่ตามข้อ ๘ หรือ คลื่นความถี่ย่านอื่นที่ถูกเรียกคืน หรือเงินรายได้ของสํานักงาน กสทช. ในส่วนที่เหลือซึ่งต้องนําส่ง เป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สํานักงาน กสทช. กําหนด
ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงินรายได้ที่ได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่ตามข้อ ๔ ให้สํานักงาน กสทช. ใช้จ่ายเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะเพื่อดําเนินการตามคําสั่งนี้ไปพลางก่อน และเมื่อสํานักงาน กสทช. ได้รับเงินรายได้ ที่ได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่ตามข้อ ๘ แล้ว ให้นําส่งคืนกองทุนต่อไป
เงินที่เหลือจากการสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ให้สํานักงาน กสทช. นําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงาน กสทช. กําหนด
ข้อ ๑๖ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ให้กระทรวงการคลังไม่ต้องส่งคืนเงิน ในส่วนที่เหลือ ซึ่งยืมจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่นําไปใช้แทนเงินกู้บางส่วนสําหรับโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ํา และระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๐/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม
สั่ง ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๒
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ






