
ลอรีอัลผนึก‘สเตชั่น เอฟ’ ผลักดันโปรเจกต์แบรนด์สตอร์มเป็นจริง
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ลอรีอัล กรุ๊ป ได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ด้วยการมุ่งสู่ เบอร์ 1 ของ “บิวตี้เทค” ที่นำเทคโนโลยีมาสร้างมูลค่า เติมประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขององค์กรยุคใหม่ ที่ต้องปรับตัวและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะถูก disruption หรือแทรกแซงจากการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ
ที่ผ่านมา “ลอรีอัลกรุ๊ป” ได้พยายามพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ กับคนรุ่นใหม่ กับโครงการ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม ที่เริ่มจัดทำขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2535 และลอรีอัลประเทศไทย เริ่มนำโครงการนี้เข้ามาใช้ เมื่อปี 2545 ด้วยการจัดแข่งขันพัฒนาโปรดักต์และวางแผนการตลาดที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยโปรดักต์และแผนการตลาดนั้น ต้องสามารถนำมาพัฒนาให้เป็นจริงได้มากที่สุด โดยปี 2560 นักศึกษาทีม “Chemerical” จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ได้คว้ารางวัลชนะเลิศในประเทศไทย และยังคว้ารางวัลชนะเลิศในระดับเอเชีย-แปซิฟิก รวมไปถึงคว้ารางวัลชนะเลิศ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017 ระดับโลก สาขา Brand Award ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสมาแล้ว
“ธนยศ ครุฑระเบียบ” ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัทลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ตอนนี้ลอรีอัลมีเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 50 คน บางคนได้เข้าร่วมงานเป็นส่วนหนึ่งของลอรีอัล ในตำแหน่ง ผู้จัดการแบรนด์ต่างๆ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และอื่นๆ โดย 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่าน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ มีความต้องการแสดงออกถึงความคิดที่อิสระมากขึ้น ขณะเดียวกัน ลอรีอัล ก็ต้องการสร้างเสริมแนวคิดของผู้ประกอบการ (entrepreneurial mindset) จึงทำให้มีการเปิดกว้างให้เด็กได้นำเสนอแนวคิดอย่างอิสระ คิดเอง ลงมือทำเองทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโปรเจ็กต์ ทำงานเหมือนเป็นสตาร์ตอัพ
สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นในปีนี้ คือ ทีมผู้ชนะเลิศ นอกจากจะได้นำเสนอโปรเจกต์กับซีอีโอใหญ่ของลอรีอัลกรุ๊ปแล้ว ยังมีโอกาสได้ฝึกฝนพัฒนาแนวคิด รวมทั้งพัฒนาโปรเจ็กต์ที่ได้รางวัลอีก 3 เดือน กับ สเตชั่น เอฟ บริษัทที่ปรึกษาสตาร์ตอัพ ที่ลอรีอัล กรุ๊ป เข้าไปร่วมลงทุนเมื่อปีที่แล้ว
สำหรับปีนี้ โครงการ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม ได้รับความสนใจมากขึ้น มีผู้สมัครเข้าแข่งขัน 139 ทีม จาก 11 มหาวิทยาลัย ซึ่งมีมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ที่เข้าร่วม อาทิ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (อินเตอร์) วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยศิลปากร จากก่อนหน้านี้ที่มีมหาวิทยาลัยหลักๆ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยโจทย์หลักในปีนี้คือ การพัฒนาโปรดักต์เวชสำอาง
“ธนยศ” กล่าวว่า ลอรีอัลต้องการส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ให้ได้คิดอะไรที่เป็นของตัวเอง เปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัสกับโลกของความเป็นจริง โดยที่สุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าทำงานกับลอรีอัลก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรมของโปรดักส์ ถือเป็นหัวใจในการพัฒนาของลอรีอัลอยู่แล้ว และหากมีโปรเจ็กต์ของน้องๆ ที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้จริง ลอรีอัลก็พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป
หน้า 22 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3460 วันที่ 11-13 เมษายน 3562






