
ปี 63 เลิกใช้ "กระดาษ" ครม. สั่งหน่วยงานรัฐลุยบริการ e-Services
วันที่ 2 เม.ย. 2562 ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล เวลา 17.30 น. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะทีมโฆษกรัฐบาล แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติรับทราบเรื่องการออกเอกสารหลักฐานของทางราชการผ่านระบบดิจิทัล ตามที่สำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ โดยระบุว่า ปัจจุบัน แม้หน่วยงานราชการจะได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในงานบริการ แต่ยังมีการใช้เอกสารราชการในรูปแบบของกระดาษอยู่ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.เอกสารที่เป็นบัตรแสดงตน เช่น ใบขับขี่ บัตรประจําตัวตามสังกัด กลุ่มองค์กรต่าง ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ต้องเสียงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องปรินซ์บัตรในราคาแพง เพื่อป้องกันการปลอมแปลง มีค่าซ่อมบํารุง
"ซึ่งในปัจจุบัน พบว่า มีบางหน่วยงานได้ดําเนินการไปแล้ว เช่น กรมการจัดหางานใช้ Digital Work Permit หรือ ใบอนุญาตทํางานของคนต่างด้าว ได้ยกเลิกรูปเล่มเอกสาร หรือ บัตรแข็ง และเปลี่ยนเป็นรูปแบบ Digital Work Permit บนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ส่วนประกันสังคมได้ยกเลิกบัตรผู้ประกันตนแล้ว และได้นําการเชื่อมโยงเลขประจําตัว 13 หลักมาแทน ระบบดังกล่าวทําให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลผ่านช่องทางเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม ทดแทนการพกบัตรรับรองสิทธิฯ ขณะที่ กรมการขนส่งทางบกพัฒนาแอพพลิเคชันเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์"
กพร. รายงานด้วยว่า เอกสารราชการต่าง ๆ ที่เป็นกระดาษ ซึ่งไม่สะดวกต่อการใช้งาน ประชาชนจะต้องเสียเวลาเดินทางในการมารับเอกสาร ดังนั้น หากภาครัฐสามารถนําระบบดิจิทัลมาปรับใช้ ก็จะสามารถเพิ่มความสะดวก ลดระยะเวลาการมาติดต่อราชการได้ รวมทั้งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาระบบบริการ e-Services ด้วย
นายณัฐพร กล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถดําเนินการออกเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ครม. ได้เห็นชอบการออกเอกสารหลักฐานของทางราชการผ่านระบบดิจิทัล ตามที่ สํานักงาน กพร. เสนอ ดังนี้ 1.มอบหมายให้สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กําหนดมาตรฐานการดําเนินงานทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและเกิดความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลง สามารถนําไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้, 2.การตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สามารถดําเนินการในรูปแบบของดิจิทัลได้ อาทิ การอนุมัติ อนุญาต และการออกเอกสารต่าง ๆ, 3.ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้หน่วยงานดําเนินการผ่านระบบดิจิทัลควบคู่ไปกับการให้บริการตามปกติได้ โดยปรับปรุงแก้กฎระเบียบที่กําหนดให้ผู้ยื่นคําขอจะต้องไปรับใบอนุญาตให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 และจัดทําแผนพัฒนางานบริการให้เป็นระบบ e-Services และกําหนดระยะเวลาที่ยกเลิกการใช้กระดาษให้ได้ภายในปี 2563 หากหน่วยงานใดยังไม่พร้อม ให้แจ้งสํานักงาน ก.พ.ร. ทราบ ภายในเดือน มี.ค. 2562 ภาครัฐจะต้องพัฒนางานบริการให้เป็นระบบ e-Services จํานวนรวมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50 งานบริการ
4.หน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลของกรมการปกครองได้แล้ว ให้ยกเลิกการออกบัตรให้กับประชาชน โดยพัฒนาระบบทะเบียนให้สามารถตรวจสอบสิทธิของประชาชน เชื่อมโยงข้อมูลกับเลขบัตรประจําตัวประชาชนผ่านระบบออนไลน์แทน ภายในปี 2563
กพร. รายงานประโยชน์ที่ประชาชนได้รับว่าจะทําให้การติดต่อราชการสามารถทําได้จากทุกที่ทุกเวลา ลดการมาติดต่อราชการด้วยตนเอง ส่งถึงมือประชาชนผ่านทางระบบดิจิทัล และทําให้พัฒนาไปสู่รัฐบาลดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ (Fuly Digital) ซึ่งเอกสารที่ประชาชนจะได้รับผ่านระบบดิจิทัล ตัวอย่างเช่น บัตรแสดงตนอิเล็กทรอนิกส์ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์






