
Borboleta กระเป๋ารักษ์โลกกางกลยุทธ์บุกตลาดระลอกใหม่
“เธโซรา” กางแผนธุรกิจ นำกระเป๋า Borboleta บุกตลาดระลอกใหม่ ชูจุดแข็งดีไซน์ และความที่เป็นกระเป๋ารักษ์โลก ไม่ทำร้ายสัตว์ เจาะใจคนรักสิ่งแวดล้อม ที่ได้เครื่องหมาย PETA-APPROVED VEGAN จากประเทศสหรัฐอเมริกา การันตี คาดสิ้นปีดันยอดการรับรู้กลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นกว่า 80%
“วโรณิกา จูน เรซ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เธโซรา จำกัด ผู้ก่อตั้งและดีไซเนอร์แบรนด์กระเป๋า Borboleta (บอร์โบเล็ตต้า) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดแบรนด์กนะระเป๋าบอร์โบเล็ตต้าและทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2555 ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งตลาดไทยและต่างประเทศ จากจุดเด่นของการดีไซน์ และโพซิชั่นของแบรนด์ ที่เป็นกระเป๋ารักษ์โลก ไม่ทำร้ายสัตว์ จนได้เครื่องหมาย PETA-APPROVED VEGAN จากประเทศสหรัฐอเมริกา
ในปีนี้ ได้วางกลยุทธ์ 5 ด้านเพื่อเป็นหลักการดำเนินงานของแบรนด์ ได้แก่ 1. การออกแบบฟังก์ชั่นของกระเป๋าให้ใช้งานง่าย มีช่องเก็บของเยอะ มีที่คล้องกญแจ ซ่องซิป หยิบใช้สะดวก 2. มุ่งเฟ้นเลือกวัสดุที่ผลิตกระเป๋าต้องสวยโดยไม่ฆ่าสัตว์ เนื่องจากกระเป๋าของแบรนด์ Borboleta ทั้งหมดทำจากหนังวิทยาศาสตร์ เป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูงที่ทำจากไมโครไฟเบอร์ 100% เป็นนวัตกรรมจากญี่ปุ่น โดยนวัตกรรมนี้ ให้รูปลักษณ์ความรู้สึกและความทนทานของหนังแท้ แต่ดีกว่าตรงที่ หนังกันน้ำ แข็งแรงทนทานไม่ลอก และเบากว่าหนังแท้ถึง 30% 3. ราคาที่จับต้องได้
4. มุ่งการผลิตเชิงจริยธรรม และเน้นคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานส่งออก ช่างฝีมือทุกคนมีประสบการณ์ในการตัดเย็บกระเป๋าอย่างน้อย 15 ปี มั่นใจได้ว่ากระเป๋า Borboleta ทุกใบมีคุณภาพสูงสุด และพนักงานทำงานภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี และได้รับสวัสดิการที่ดีพร้อม และ 5. การบริจาคกลับคืนสู่สังคม โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนเข้าโครงการของมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญา(www.owfo.org) เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และคุณภาพชีวิต เด็กด้อยโอกาส
สำหรับแผนการตลาดในปี 2562 แบรนด์ใช้กลยุทธ์ “ปากต่อปาก” ตลอดเวลาดำเนินธุรกิจร่วมระยะเวลากว่า 7 ปี ลูกค้าชื่นชอบกระเป๋าที่ออกแบบเก๋ไม่เหมือนใคร ฟังก์ชั่นครอบคลุมทุกความต้องการ น้ำหนักเบา หนังกันน้ำ ดูแลง่าย ใช้หนังวิทยาศาสตร์ รักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ฆ่าสัตว์ ลูกค้านำไปใช้งานจริง สะพายได้ทั้งวันไม่เจ็บบ่า ลูกค้าจึง เกิดการซื้อซ้ำและบอกปากต่อปากให้แก่แบรนด์
ปัจจุบันแบรนด์ Borboleta ส่งออกจำหน่ายไปกว่า 50 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และ มาลาเซีย เป็นต้น ด้านพฤติกรรมการซื้อก็แตกต่างกัน ฝั่งลูกค้าต่างประเทศนั้นซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ทันที แต่ลูกค้าในประเทศไทยปริมาณสูงที่ต้องติดต่อสอบถามทางผ่านทางแอปพลิเคชั่น LINE ลูกค้าไทยจะพูดคุยสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า
ในปี 2562 จะมุ่งเน้นการทำงานด้านการรับรู้แบรนด์มากขึ้นกับผู้บริโภครอบด้าน อาทิ ออนไลน์ และขยายเพิ่มช่องทาง offline นอกจากนี้ ยังมีการ collaborate กับแบรนด์อื่นๆ เพื่อเป็นการ cross promote ในปีนี้จะมีอีก 4 แบบกระเป๋า แบ่งเป็นในกลุ่มกระเป๋าทำงานหลายฟังชั่น เพื่อเอาใจสาวยุคใหม่ กระเป๋าสำหรับเดินทางปริปสั้นๆไม่เกินสี่วัน เพราะไลฟ์สไตล์สาวยุคใหม่จะมีทริป long weekend บ่อยขึ้น และมีแผนเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศลาวกับพม่า โดย 2 ประเทศพฤติกรรมผู้บริโภคชื่นชอบสินค้าไทยที่มีคุณภาพดี มีเอกลักษณ์ และคาดว่าจะเพิ่มการกระตุ้นรับรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นสูงถึง 80%






