
เปิดมุมคิด "ทูตนิวซีแลนด์" สานสัมพันธ์ผ่านการศึกษาระดับโกลบอล
เมื่อเดือน ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ต้อนรับท่านเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยคนใหม่ "ทาฮา โมอันนา ไอเซีย คลูนีย์ แมคเฟอร์สัน" และในขณะเดียวกัน ท่านทูตคนนี้ก็ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย โดยถิ่นพำนักประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ท่านทูตทาฮา จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 และปริญญาตรีด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยโอ๊กแลนด์ในปี 2539 ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งในไทย เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำตุรกีมาก่อน รวมทั้งทำงานสายงานทางการทูตมาต่อเนื่อง การได้เข้ามาประจำประเทศไทยถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะปีนี้เป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในไทยเกิดขึ้นหลายอย่าง อาทิ การเลือกตั้ง พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวมไปถึงการที่ประเทศไทยได้เป็นประธานอาเซียน
เพราะฉะนั้น ในฐานะทูตผู้เจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สิ่งที่ท่านทูตต้องการโฟกัสจะมีทั้งความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจ ซึ่งไทยและนิวซีแลนด์มูลค่าทางการค้ากว่า 3 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี หรือกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท และในจำนวนนี้ แบ่งเป็น มูลค่าทางการศึกษาราว 127 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ หรือประมาณ 2,700 ล้านบาท โดยการศึกษาถือเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนิวซีแลนด์มาเป็นเวลานาน และท่านทูตก็ต้องการสานความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักเรียนไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์กว่า 3,300 คน มากที่สุดอันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับ 7 ของโลก เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 5% ขณะที่ วีซ่านักเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ 7%
ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการศึกษา ที่ท่านทูตมองว่า สามารถเชื่อมต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทยได้อย่างเหมาะเจาะ ก็คือ การสร้างคุณภาพการศึกษาระดับโลก โดยพัฒนานักเรียนให้มีทักษะที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานทั่วโลก ขณะเดียวกัน นิวซีแลนด์มีการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องต่อความต้องการของไทย ที่มุ่งเน้นด้าน Digital Economy มากขึ้น
"ถ้าพูดถึงดิจิทัล มันเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ ไทยมีนโยบาย 4.0 จึงมีความต้องการแรงงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถทำงานร่วมกับนานาชาติได้ นิวซีแลนด์ได้เพิ่มงบกว่า 700 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในการสร้างอินฟราสตรักเจอร์ด้านต่าง ๆ เพิ่มหลักสูตรด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี 2018 เพื่อพัฒนาให้เด็กได้คิดค้นและใช้เป็น สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่เยียร์ 1-13 เลย"
ท่านทูต บอกว่า การจะผลักดันให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ตามเป้าหมายกำลังเดินหน้า คือ การบริหารทีมให้สามารถทำงานเดินหน้าไปด้วยกัน โดยวิธีการบริหารจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ต้องดูว่า ปัญหาคืออะไร ทีมงานเราเป็นอย่างไร พร้อมแค่ไหน มีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน
"แต่ละประเทศ มีวิธีทางการทูตที่แตกต่างกัน มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งเราต้องเคารพในความแตกต่างเหล่านั้น แล้วค่อยมาดูว่า วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม แต่ละที่เป็นอย่างไร หลังจากนั้น ก็เข้ามาดูความพร้อมของทีม ทำความเข้าใจ แล้วค่อยมาดีไซน์การทำงาน"
ท่านทูต บอกว่า ค่อนข้างโชคดี จากความที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีหลายชนเผ่า มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น จึงไม่ค่อยรู้สึกว่า การปรับตัวเป็นความยากลำบาก เรารับรู้และยอมรับ รวมทั้งเคารพในความแตกต่าง ผ่านหลักคิดในการทำงาน ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบด้าน โดยอาศัยทักษะความสามารถในการสื่อสาร ทั้งเขียนและพูดให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสุดท้าย คือ การตัดสินใจ ซึ่งเกิดจากความเข้าใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
สิ่งที่ท่านทูตทาฮา อยากเห็นในขณะที่ดำรงตำแหน่งในเมืองไทย คือ ความสัมพันธ์ระหว่างนิวซีแลนด์และไทยที่แข็งแรงยิ่ง ๆ ขึ้น จากความสัมพันธ์ที่มีมายาวนานกว่า 60 ปีต่อจากนี้ ความสัมพันธ์จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น จากศักยภาพความร่วมมือด้านการค้าและการศึกษา รวมถึงด้านอื่น ๆ ที่ท่านทูตเชื่อมั่นว่า จะสามารถสร้างให้เกิดศักยภาพหลาย ๆ ด้านที่ทำงานร่วมกันได้
หน้า 21 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,452 วันที่ 14 - 16 มีนาคม พ.ศ. 2562






