
ไทยดึง "ประชาคมอาเซียน" ร่วมสร้างปฏิญญาลดขยะทะเล
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ ด้านขยะทะเล "Special ASEAN Ministerial Meeting on Marine Debris"
พล.อ.สุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ประเทศในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีปริมาณมากกว่า 25 ล้านตัน และไทยเป็นประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากเป็นอันดับ 6 คือ ประมาณ 10,000 ล้านตันต่อปี
ขยะพลาสติกเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทำให้ระเบบนิเวศน์เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งทะเล ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อาหาร
"เรื่องขยะถือเป็นภารกิจพิเศษที่อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทยและในบทบาทความร่วมมือกับนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยมีพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง มีความร่วมมือในระดับทวิภาคีกับประเทศต่าง ๆ เพื่อศึกษาวิจัยในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน และในระดับพหุภาคี โดยประเทศไทยเป็นหน่วยประสานงานหลักและสนับสนุนในความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา วิจัย การดำเนินการร่วมกัน เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศทางทะเล"
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ ด้านขยะทะเล เป็นความคิดริเริ่มของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 เพื่อให้อาเซียนมีเวทีในการหารือและหาแนวทางที่เป็นรูปธรรมด้านการต่อต้านขยะทะเลและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอาเซียนและภาคีผู้สนับสนุน เพื่อจัดการกับปัญหาขยะทะเลในภูมิภาคอย่างสอดคล้องกันและหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานะของขยะทะเล และความคิดริเริ่มของประเทศสมาชิกอาเซียนด้านมลพิษจากขยะทะเลในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก
ที่ประชุมเห็นชอบต่อเอกสารผลลัพธ์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน เป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการที่จะบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาขยะในภูมิภาค และ 2) กรอบปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งมีรายละเอียดและแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ ทั้งด้านการวางนโยบาย การบริหาร ที่จะช่วยลดปริมาณขยะทะเล การถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี และบทบาทจากการที่แต่ละประเทศได้ดำเนินการให้กับสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ความร่วมมือจากภาคเอกชนที่จะพัฒนานวัตกรรม หรือ การนำกลับไปใช้ใหม่ของผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะ โดยเอกสารผลลัพธ์ทั้ง 2 ฉบับนี้ จะถูกนำเสนอเพื่อขอการรับรองในการประชุมระดับผู้นำอาเซียนในเดือน มิ.ย. 2562






