
Green & Clean โรงเรียนสีเขียวปลอดขยะ
การสร้างสรรค์ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน เป็นสิ่งที่ทั้งโรงเรียน และหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน พยายามช่วยกันรณรงค์ให้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในยุคปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม ได้น้อมนำ “ศาสตร์แห่งพระราชา” มาเป็นแกนในการปลูกจิตสำนึกให้กับเยาวชน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ที่โรงเรียน ภายใต้โครงการคลองสวยนํ้าใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
และยังต่อยอดสู่การสร้างเยาวชนต้นแบบ กับงานสิ่งแวดล้อมศึกษาตามโครงการคลองสวยนํ้าใส “Green & Clean โรงเรียนสีเขียว” ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดย พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี บอกว่า ได้นำแนวคิดเรื่อง Zero Waste School หรือโรงเรียนปลอดขยะ ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาจังหวัดนนทบุรี ดำเนินกิจกรรม ลด คัดแยก และนำกลับมาใช้ประโยชน์รวมถึงการรวบรวมขยะ ปลูกฝังจิตสำนึก การลด คัดแยกขยะ และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ในสถานศึกษา โดยใช้หลัก 3Rs ซึ่งได้แก่ การลดปริมาณขยะ (Reduce) การนำกลับมาใช้ซํ้า (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)
จากสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมกว่า 60 สถาบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ (ขยะ) และนวัตกรรม รวมถึงแนวคิดในการนำหลัก 3Rs มาใช้กว่า 800 ผลงาน อาทิ โรงเรียนบางคูลัด โดย ด.ญ.รินรดา ขยันสการ, ด.ญ.ดารีนินทร์ พาซื่อ และ ด.ช.ชวินศรีเผือก นำเสนอโครงการ “มหัศจรรย์แห่งกล่องนม” นำกล่องนมที่เหลือจากการดื่มในแต่ละวันของนักเรียน มาทำเป็นแผ่นกระเบื้อง แผ่นฝ้าเพดาน ผลงานชิ้นนี้สำเร็จ และนำมาใช้งานจริงภายในโรงเรียน และมีแผนที่จะพัฒนาชิ้นงานให้มีความสามารถในการกันนํ้า ซึ่งจะสร้างความแตกต่าง และมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นงาน
ส่วนโรงเรียนวัดคลองขุนศรี ได้นำหลักคิดเกี่ยวกับ Zero Waste มาปรับใช้กับนักเรียนในแต่ละชั้น รวมถึงคุณครูผู้สอน ให้นำขยะประเภทต่างๆ มาสร้างเป็นชิ้นงานที่ใช้ได้จริง เช่น กระถางต้นไม้ที่ทำมาจากเศษใบไม้ ผลงานของน้องๆ อนุบาล และยังนำถุงนมโรงเรียน มาผลิตเป็นเปลนอน โดยนำถุงนมประมาณ 820 ถุง ที่ใช้เเวลาเก็บประมาณ 1 สัปดาห์ และใช้เวลาในการผลิตเป็นเปลประมาณ 10 - 20 วัน โดยเปลนอนนี้ สามารถรับนํ้าหนักได้ตั้งแต่ 80-100 กิโลกรัม และนำมาให้น้องๆ อนุบาลได้ใช้งานจริง
นอกจากนี้ ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับใบไม้ ที่หล่นอยู่ทั่วไปภายในโรงเรียน มาทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้ หรือ เชื้อเพลิงในเตาชีวภาพ, เศษกระดาษ หรือขยะที่ย่อยสลายยาก นำมาผลิตเป็นสื่อการสอนต่างๆ
กิจกรรมการผลิตสิ่งของจากขยะ ไม่เพียงแต่สร้างชิ้นงานที่มีคุณค่า แต่ยังช่วยให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดสมาธิ และฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือให้กับน้องๆ ระดับอนุบาล รวมทั้งเป็นการปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ไปในตัว
ส่วนโรงเรียนนุ่มประสงค์วิทยา ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอดเป็นโครงการ “ต้นกล้าของพ่ออยู่อย่างพอเพียง”
ใช้วิธีการประหยัด พึ่งพาตนเอง เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรฐาน “กฎ 1 วา พาโรงเรียนสะอาด” กำหนดว่า ภาย ในรัศมี 1 วา ของนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน ห้ามมีขยะ มาตรฐานนี้ทำให้เกิดการสานต่อเป็นโครงงานอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ การจัดทำถังขยะให้ถูกประเภท โดยนำถังขยะเดิมมาทาสีตามประเภทขยะ เพื่อให้นักเรียนคัดแยกขยะได้ถูกต้อง หลังจากนั้น จึงนำขยะมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น สิ่งประดิษฐ์ และสื่อการสอนจากขยะ เช่น ลิ้นชักปันรัก สิ่งประดิษฐ์จากขวดพลาสติกถังขยะจากฝาขวด หรือ การนำขยะอินทรีย์มา ทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อนำมาใช้ในโรงเรียนต่อไป
และจากการที่โรงเรียนพบว่า มีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่ดื่มนม จึงมีการจัดกิจกรรม “ดื่มพับเก็บ” เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนดื่มนมพร้อมกัน และเมื่อดื่มเสร็จ ทุกคนจะพับกล่องให้มีขนาดเล็ก เพื่อลดพื้นที่ในการจัดเก็บ หลังจากนั้นจะเก็บรวบรวมกล่องนมไปใส่ที่จุดรับกล่องนม เพื่อรวบรวมส่งให้ บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด เพื่อนำไปสู่กระบวนการรีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคา (Eco Roof ) แผ่นอีโคบอร์ด โต๊ะ กระดาษA4 และสมุดโน้ต
เป้าหมายหลัก ของกิจกรรมเหล่านี้ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างพอเพียงจะทำ ให้เป็นการปลูกฝังนิสัยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่โรงเรียนปลอดขยะ ขยายต่อจนกลายเป็นสังคมรีไซเคิล
หน้า 23 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 7-9 มีนาคม 2562






