
‘เอสซีจี’ ขยายผลแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
จากปีที่ผ่านมา ที่กลุ่มเอสซีจีได้ประกาศเดินหน้านำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานร่วมกับชุมชน ภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way ที่ให้ความสำคัญเรื่องใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าที่สุด ตลอดพื้นที่ต้นนํ้า-กลางนํ้า-ปลายนํ้า แนวคิดนี้ได้สานต่อกิจกรรม “รักษ์นํ้า จากภูผา สู่มหานที” ที่เอสซีจีได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการดูแลจัดการนํ้าให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
“ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย” องคมนตรี และประธานกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า จากการดำเนินงานร่วมชุมชนตั้งแต่ลำปาง ขอนแก่น ชัยภูมิ ลงไปถึงตรัง ด้วยการนำความรู้และการสนับสนุนให้ชุมชนช่วยเหลือตัวเอง มีแนวคิดที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการสร้างฝายชะลอนํ้ากว่า 8 หมื่นฝาย ต่อยอดสู่การบริหารจัดการนํ้า จัดทำระบบแก้มลิง สร้างบ้านปลา เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ และการลดปริมาณขยะ รวมทั้งพัฒนาวิสาหกิจและคุณธรรมชุมชน ทำให้ชุมชนมีนํ้าใช้ มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนเกี่ยวกับการลดปริมาณขยะ คือ เทศบาลตำบลบ้านสา จังหวัดลำปาง ที่มีระบบการบริหารจัดการขยะของตัวเอง มีการคัดแยกขยะ แล้วทำเป็นขยะแข็ง หรือ (Refuse Derived Fuel, RDF) ซึ่งเป็นขยะที่ผ่านการคัดแยกแล้ว ส่งขายให้กับเอสซีจี ที่รับซื้อในราคาตันละ 1,000 บาท มาผ่านกระบวนการแปรรูป กลายเป็นเชื้อเพลิงต่อไป
“ชลณัฐ ญาณารณพ” รองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เล่าว่า ขณะนี้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way กำลังเดินหน้าทั้งภายในองค์กรของเอสซีจีเอง และการร่วมมือกับพันธมิตร รวมไปถึงการขยายผลสู่ชุมชน เช่น การทำบ้านปลา จากการนำพลาสติกมาสร้างเป็นปะการังเทียม หรือในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ได้มีหน่วยงานเก็บกระดาษ และกระป๋อง ที่ใช้แล้วจากพันธมิตรธุรกิจกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่สามารถดำเนินการได้เกือบ 100% และยังมีการค้นคว้า เพื่อนำขยะพลาสติกต่างๆ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกด้วย
สิ่งที่เอสซีจีพยายามขยายผลให้มากขึ้น คือ การคัดแยกขยะ ทำให้ถูกต้อง ด้วยการสร้างเป็นโมเดลร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้า เรียกว่า “บางซื่อโมเดล” แล้วขยายไปยังหน่วยงานต่างๆ เริ่มตั้งแต่การเก็บขยะ คัดแยก แล้วนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสม เช่น พลาสติก สามารถนำมารีไซเคิลเป็นโปรดักต์ใหม่ ขยะอาหาร นำไปทำปุ๋ย หรือเชื้อเพลิง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของขยะ
จากการเริ่มต้นภายในที่สำนักงานใหญ่บางซื่อ ด้วยเวลาเพียงไม่กี่เดือน สามารถเพิ่มขยะหมุนเวียน จาก 5% เป็น 35% เมื่อทำได้ดี ก็พยายามไปเริ่มสู่หลายๆ ชุมชน ที่เอสซีจีมีโรงงาน เริ่มจากการให้ความรู้เด็กๆ ในโรงเรียน วัด ขยายไปสู่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ขณะนี้พยายามสเกลอัพ ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจที่หมุนเวียนให้มากที่สุด
ต้นปีที่ผ่านมา เอสซีจี ยังได้จับมือกับ ผู้ผลิตและผู้ใช้พลาสติกรายใหญ่ อีกเกือบ 30 ราย อาทิ ดาว เคมิคอล เป๊ปซี่ โคคา โคลา ยูนิลีเวอร์ จัดตั้งองค์กร Alliance to End Plastic Waste (AEPW) โดยได้ร่วมสนับสนุนเงินทุนแล้วกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ และยังตั้งเป้าหมายการลงทุนรวมกัน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้าด้วย เพื่อช่วยลดขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม โดยกลุ่มพันธมิตรจะพัฒนาและสร้างสรรค์โซลูชันใหม่ๆ ช่วยลดและจัดการปัญหาขยะพลาสติก พร้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพลาสติกใช้แล้ว เพื่อลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวให้มากที่สุด
หน้า 24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,448 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม พ.ศ. 2562






