
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : ชัยชนะที่ยั่งยืน คือชนะใจประชาชน
ต้องชนะใจประชาชนด้วยความดี มีคุณธรรม
ด้วยผลงานการกระทำอันเป็นที่ประจักษ์
แสดงให้เห็นว่าท่านยึดประโยชน์ชาติ
ยืนหยัดเพื่อประชาชนเท่านั้น
วันนี้ขอยกคำคมวาทะของ “ขงเบ้ง” หรือ “จูกัดเหลียง” ที่เป็นจอมปราชญ์, เสนาธิการนักรบ และนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติ ศาสตร์จีนนับหลายพันปี มาเตือนสติแก่นักการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งสูงส่งในปัจจุบัน หากได้นำมาคิดบ้างคงจะเป็นประโยชน์ต่อท่านและบท บาททางการเมืองในปัจจุบันได้ไม่น้อย
ขงเบ้ง กล่าวไว้ว่า “ยาดีมักจะมีรสขม คำแนะนำที่ดีมักจะไม่เสนาะหู ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งแต่ยินดีรับฟัง แม้แต่คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมา นับเป็นบุคคลที่น่ายกย่องสรรเสริญ” คมวาทะนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้นำประเทศ มีตำแหน่งสูงส่งเพียงใด ยิ่งต้องน้อมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นที่เสนอแนะหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แม้ไม่รื่นหูเปรียบดังยาขม ก็ยิ่งควรรับฟัง ผู้นำไม่ควรฟังแต่คำหวานและคำสรรเสริญเยินยอ เพราะนั่นคือทางที่จะพาไปสู่หายนะ มิใช่ทางเจริญ
ที่นำเรื่องนี้มากล่าว ก็เพราะว่าสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่ง การเมืองการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 จะนำพาบ้านเมืองของเราไปสู่ทิศทางใด จะสงบราบรื่นเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ หรือจะกลับสู่กลียุค เกิดวิกฤติการเมืองอีกครั้ง ปัจจัยสำคัญหนึ่งอยู่ที่ตัว “ผู้นำประเทศ” ต้องยอมรับว่าวันนี้ท่านเป็นเป้าหมายและด้านหลักของปัญหากับความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเลี่ยงมิได้
จึงเห็นว่าบรรดากลุ่มและพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงประชาชนจำนวนหนึ่ง กำลังสุมไฟความคิดชี้นำสังคมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ “เป็นการเอาเปรียบทางการเมืองกับคู่แข่งขัน เพื่อเปิดทางให้มีการสืบทอดอำนาจของ คสช.” เพราะนี่คือประเด็นที่พวกเขาจะพลิกสถานการณ์จากรับให้เป็นรุก การเคลื่อนไหวใดๆ ของท่านผู้นำ จึงต้องมีความระมัดระวังในทางการเมืองทุกฝีก้าว การรับฟังความเห็นการเสนอแนะที่ดี จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะไม่ทำให้ตนเองพลาดท่าทางการเมือง เหมือนบางคนบางพรรคที่ดิ้นรนหาที่ตายเองไปแล้ว
ซึ่งคดีดังกล่าวนี้ ศาลคงพิจารณาพิพากษาได้เร็วเสร็จก่อนวันเลือกตั้งแน่ เหตุเพราะลักษณะของคดีปรากฏข้อเท็จจริงและการกระทำที่ชัดแจ้ง กกต.สามารถวินิจฉัยและเห็นได้เองถึงการกระทำความผิด เพียงแต่พิจารณาจากหนังสือเสนอพระนามทูลกระหม่อมฯ และพิจารณาข้อเท็จจริงจากพระราชโอง การฯ ก็รับฟังข้อเท็จจริงได้เป็นยุติแล้ว เหลือเพียงประเด็นพิจารณาข้อกฎหมายเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เมื่อถึงชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งการพิจารณาใช้วิธีไต่สวน เมื่อศาลได้รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติดังกล่าวแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่มเติมหรือสืบพยานใดๆ อีก แม้ไต่สวนก็มิทำให้ได้ข้อเท็จจริงใดๆเพิ่มเติม อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี กรณีจึงเป็นไปได้ว่าคดีนี้ศาลสามารถปรับบทกฎหมายและมีคำพิพากษาได้เลย การพิจารณาคดีโดยรวดเร็วทำให้กระจ่างแจ้งชัดเจนเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสาธารณะมากยิ่งกว่า
แม้พรรคที่ถูกกล่าวหา จะร้องแรกแหกกระเชออย่างไร ก็มิอาจฟังขึ้นในทางกฎหมาย เพราะความผิดนี้พวกตนเป็นคนก่อขึ้นเองทั้งสิ้น ไม่มีผู้ใดกลั่นแกล้ง ก่อนเสนอก็อ้างว่าศึกษาข้อกฎหมายทุกอย่างดีแล้ว จะชี้แจงอย่างไรศาลก็ให้เวลาตามสมควร จะประวิงคดีเสนอพยานมากมายก็ยาก เพราะเรื่องนี้ไม่มีประเด็นต้องสืบพยานแต่อย่างใด
ส่วนจะอ้างว่าโทษตัดสิทธิทางการเมืองรุนแรงเหมือนประหารชีวิต ก็ยิ่งอ้างไม่ขึ้นอีก เพราะมิได้ประหารชีวิตจริงๆ ตามวาทกรรม เพียงแต่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามกฎหมายพรรคการเมือง คือห้ามสมัครรับเลือกตั้งอีกเท่านั้น เรียกว่าห้ามมาประกอบอาชีพเป็นนักการเมืองอีก ไม่ต่างอะไรกับแพทย์ ทนายความ วิศวกร หรือนักกีฬาอาชีพอื่นๆ หากทำผิดกฎหมายวิชาชีพ ผิดมารยาท ผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพนั้นๆ กฎหมายก็ให้พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนการประกอบอาชีพมิแตกต่างกัน
โทษห้ามประกอบอาชีพเป็นนักการเมือง จึงเป็นบทลงโทษธรรมดาๆ เช่นเดียวกันกับวิชาชีพอื่นๆ แต่ทุกคนยังมีสิทธิความเป็นพลเมืองไทย ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ จึงถือโอกาสกล่าวถึงเรื่องนี้เพื่อความเข้าใจ
[caption id="attachment_392709" align="aligncenter" width="500"]
สถานการณ์โดยสรุป เอื้ออำนวยและเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้นำและพรรคที่สนับสนุนท่านอย่างยิ่ง กระแสทางการเมืองมีความโน้มเอียงและเทมาทางสนับสนุน “ลุงตู่” อย่างช่วยไม่ได้ เพราะคู่แข่งขุดหลุมฝังศพตนเอง
แต่การเมืองอะไรก็ไม่แน่นอน ความเคลื่อนไหวของท่านผู้นำผูกพันและขึ้นกับการปฏิบัติของฝ่ายรัฐบาล และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนท่านอย่างแยกไม่ออก ขณะนี้มีอยู่ 2 เรื่องที่รัฐบาลพึงระมัดระวัง
ประการที่ 1 คือ การเสนอร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. ... แม้จะเป็นการเสนอเองโดย สนช. แต่รัฐบาลก็ไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ เพราะ สนช.กับรัฐบาล มาจากต้นธารสายนํ้าเดียวกัน ต้องยอมรับว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถูกคัดค้านอย่างหนักจากประชาชนชาวนา ผู้ประกอบธุรกิจค้าข้าว นักวิชาการสถาบันทีดีอาร์ไอ และผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวอีกมากมาย ซึ่งสะท้อนภาพด้านลบต่อรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรับฟังและรีบหาทางแก้ไข เพราะอาจเป็นหลุมทางการเมืองที่ขุดขึ้นมาโดยพวกตนเองได้
ประการที่ 2 คือ การที่ ผบ.ทบ.หรือบางท่านในปีกฝ่ายรัฐบาล ดำริจะนำเพลง “หนักแผ่นดิน” มาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ปลุกเร้าคนไทยให้ร่วมกันร้องหรือจุดกระแสต่อต้านคนไทยด้วยกันเอง นี่ก็เป็นหลุมอันตรายที่จะส่งผลถึงรัฐบาลและผู้นำประเทศอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
ปัญหาความชั่วร้ายทางการเมือง ต้องแก้ด้วยการเมืองที่มีคุณธรรม จะยึดแนวของซุนวู “การชนะโดยไม่ต้องรบเป็นวิธีที่ดีที่สุดในสงคราม ถ้าสามารถชักจูงใจศัตรูให้ยอมแพ้ได้โดยไม่รบ และสาบานว่าจะไม่ทำร้ายเมื่อยอมแพ้ เป็นวิธีที่ประเสริฐของแม่ทัพ” ก็น่าจะสอดคล้องกับสถานการณ์ยิ่งกว่า
นั่นก็คือการเมืองในบริบทของบ้านเมืองยามนี้ เป็นการสู้กันด้วยสงครามทางความคิด เป็นการศึกเพื่อแย่งชิงประชาชน ต้องเอาชนะด้วยความคิดและปัญญามิใช่ใช้กำลังหรืออำนาจ และต้องชนะใจประชาชนด้วยความดี มีคุณธรรม ด้วยผลงานการกระทำอันเป็นที่ประจักษ์ แสดงให้เห็นว่าท่านยึดประโยชน์ชาติ ยืนหยัดเพื่อประชาชนเท่านั้น จึงจะเป็นชัยชนะที่เด็ดขาดและยั่งยืน ครองใจประชาชน
จึงขอฝากยาขมขวดนี้แด่ท่าน ผู้นำด้วยความปรารถนาดีครับ
|คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
| โดย : ประพันธุ์ คูณมี
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3446 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 21-23 ก.พ.2562






