
อย่าดันทุรัง ผ่านร่างก.ม.ข้าว
มีความพยายามช่วยชาวนาในหลายๆ วิธี จากทุกรัฐบาลในอดีต แตกต่างกันออกไป บ้างประกันราคา บ้างจำนำ บ้างช่วยเหลือปัจจัยการผลิต แล้วแต่วิธีการที่สรรหาและคิดค้นขึ้นได้ แต่บางครั้งความหวังดี ความคิดช่วยเหลือ แฝงมาด้วยผลประโยชน์ โดยอาศัยชาวนาเป็นฐานตัวประกัน เหมือนกับโครงการจำนำข้าวรอบที่ผ่านมา ซึ่งมีการฉ้อฉลมโหฬาร สร้างความเสียหายให้แผ่นดินหลายแสนล้านบาท เป็นการดำเนินการที่เคลือบแฝง โดยอาศัยตรรกะว่าชาวนาต้องได้รับความช่วยเหลือ
รัฐบาลชุดนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดนี้ก็มีความพยายามในการช่วยเหลือชาวนาเช่นกัน โดยพยายามตรากฎหมายร่าง พ.ร.บ.ข้าวขึ้นมา เหตุผลของการตราร่างกฎหมายนี้นัยว่าผู้ร่างต้องการแก้ปัญหาอาชีพชาวนาที่เสี่ยงขาดทุนสูง ต้องการให้มีนโยบายข้าว สถาบันที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนากระบวนการผลิต จำหน่าย ตลอดห่วงโซ่การผลิต เกิดการพัฒนาอาชีพทำนาที่มั่นคง ยั่งยืน อย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ
[caption id="attachment_390894" align="aligncenter" width="500"]
ร่างแรกที่นำเข้าสู่ สนช. กลับเน้นให้อำนาจแก่กรมการข้าวในการควบคุมและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว ทั้งๆ ที่อำนาจหน้าที่เหล่านั้น มีหน่วยราชการอื่นดูแลรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว ซํ้าซ้อนกับกฎหมายอื่นก่อนตัดออกไป แต่ยังแฝงอยู่ในแง่บทบาทของกรมการข้าวจากผู้ทำวิจัย พัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้ควบเรกูเลเตอร์ผู้กำกับดูแล ซึ่งทำหน้าที่ทั้งผู้ตรวจสอบและผู้พัฒนาในร่างเดียวกัน ผิดวิสัยของหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานโดยทั่วไปและในร่างยังมีข้อกำหนดให้ทำรายงานและออกใบรับซื้อข้าวข้าวเปลือกที่เป็นข้อถกเถียงถึงความจำเป็นดังกล่าวในแง่ของการตราเป็นกฎหมาย
| บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3446 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 21-23 ก.พ.2562






