thansettakij
thansettakij
‘ร.ฟ.ท.’ เร่งประมูล 7 รถไฟทางคู่เสร็จปี59 เผยพ.ค.นี้ เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

‘ร.ฟ.ท.’ เร่งประมูล 7 รถไฟทางคู่เสร็จปี59 เผยพ.ค.นี้ เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่

22 มี.ค. 59 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 59 | 10:47 น.
"วุฒิชาติ" ดัน 7 รถไฟทางคู่ประมูลแล้วเสร็จปี 59 เผย 4 เส้นทางเห็นการก่อสร้างแน่ๆ ปีนี้ ส่วนที่เหลือโยกเป็นปีหน้า พร้อมเร่งเดินหน้าขออนุมัติเช่า 120 หัวรถจักรมาใช้งานก่อนจะปรับเป็นระบบรถไฟฟ้าในอนาคต เผยข่าวดี พ.ค.นี้ทยอยรับขบวนใหม่ 115 โบกี้มูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาทให้บริการผู้โดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ได้

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เร่งผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตรใน 7 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 2. เส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางอยู่ระหว่างการเริ่มก่อสร้าง 3. เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 4.เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 5.เส้นทางลพบุรี-ปากน้ำโพ 6.เส้นทางเด่นชัย-เชียงของ และ 7.เส้นทางบ้านไผ่-นครพนม

ปัจจุบันได้เปิดประมูลเสร็จและเริ่มก่อสร้างไปแล้ว 2 เส้นทาง และที่อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเตรียมเปิดประมูลอีก 4 เส้นทาง โดยเฉพาะเส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และเส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้มีการเปิดการประกวดราคา สำหรับเส้นทางช่วงนครปฐม-หัวหินและลพบุรี-ปากน้ำโพอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม(คชก.) ก่อนที่จะนำเข้าพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป อีกทั้ง ร.ฟ.ท.ยังอยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่องกับช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ที่จะเชื่อมโยงกันกับช่วงนครปฐม-หัวหินซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอีไอเอให้สามารถประมูลก่อสร้างต่อเนื่องกันไปได้เลย ในส่วนอีก 2 เส้นทางคือเด่นชัย-เชียงของ มูลค่า 7.7 หมื่นล้านบาทและบ้านไผ่-นครพนม มูลค่า 6.6 หมื่นล้านบาทปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของ คชก. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดประมูลได้ภายในปีนี้

ในส่วนการก่อสร้างนั้นปี 2559 จะเห็นได้แน่ใน 4 เส้นทางที่ปัจจุบันได้เริ่มงานก่อสร้างไปแล้ว 2 เส้นทางและที่อยู่ระหว่างรอ ครม.อนุมัติอีก 2 เส้นทางคือ ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็จะได้เห็นงานก่อสร้างในปี 2560

สำหรับการจัดซื้อ 50 หัวรถจักรอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านเอกสารจากบริษัทที่ชนะการประมูลเนื่องจากมีผู้สนใจเพียง 1 ราย นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.ยังเตรียมนำเสนอโครงการเช่า 120 หัวรถจักรทยอยให้บริการก่อนที่จะปรับเปลี่ยนเป็นระบบรถไฟฟ้าในอนาคตต่อไป ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนทางฝ่ายพัสดุของช่วงแรกก่อน 20 หัวรถจักรหลังจากนั้นอีก 100 หัวรถจักรจะค่อยดำเนินการในระยะที่ 2 ต่อไป อีกทั้งในเดือนพฤษภาคม 2559 ร.ฟ.ท.ก็จะทยอยรับมอบ 2 ขบวนรถในโครงการจัดซื้อจำนวน 115 โบกี้รวมวงเงินกว่า 4พันล้านบาทมาให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ก่อนที่จะทยอยรับมอบให้ครบทั้งหมดภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้และปริมาณผู้โดยสารได้อีกไม่น้อยกว่า 10%

"ในส่วนความคืบหน้าสัญญาที่ 3 งานระบบรถไฟฟ้า ระบบอาณัติสัญญาณและเดินรถพร้อมจัดหารถของรถไฟสายสีแดงจะเซ็นสัญญาได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ เช่นเดียวกับการจัดซื้อ 308 โบกี้ก็จะทยอยรับมอบภายใน 1-2 ปีนี้ดังนั้นใน 3-5 ปีหลังจากนี้ก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดของ ร.ฟ.ท.ทั้งด้านบริการผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า"

ผู้ว่า ร.ฟ.ท.กล่าวอีกว่า ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังได้ใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) ซึ่ง ร.ฟ.ท.สามารถดำเนินการด้านอื่นๆ ควบคู่กับกรณีรอรับรองผลกระทบอีไอเอในการนำเสนอ ครม. เมื่อผ่านการรับรองก็จะเซ็นสัญญากับผู้รับจ้างได้ทันทีโดยอีก 4-5 เส้นทางที่เหลือจะนำเสนอกระทรวงคมนาคมภายในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนทยอยนำเสนอ ครม.ต่อไป ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นน่าจะช่วยสร้างความมั่นใจสำหรับนักลงทุนที่มีแผนจะพัฒนาโครงการต่างๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟได้มากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,141 วันที่ 20 - 23 มีนาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline