
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : สิทธิบัตรกัญชา กับผลกระทบทางการเมืองต่อรัฐบาล คสช. (จบ)
ด้วยเสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นของประชาชน นักวิจัยและนักวิชาการ ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง และเหตุผลทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย และเหตุผลในทางมนุษย ธรรม เพื่อมวลมนุษยชาติ ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จึงได้มีการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ...เพื่อแก้ไขมิให้กัญชาและพืชกระท่อม ที่เคยระบุให้เป็นยาเสพติดประเภท 5 ใน พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ.2522 ให้สามารถปลูกและนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ โดย พ.ร.บ.ยาเสพติดฉบับแก้ไขนี้ ได้ให้หลักการและเหตุผลว่า
“โดยที่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติบางประการไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ในปัจจุบันปรากฏผลวิจัยว่า สารสกัดจากกัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ หลายประเทศทั่วโลกจึงได้มีการผ่อนปรนโดยการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนใช้พืชกระท่อมและกัญชาทางการแพทย์ หรือเพื่อการสันทนาการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการเสนอ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ.... ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติฯ ทั้ง 3 วาระ เสร็จครบทุกมาตรา และมีการลงมติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ด้วยคะแนนเสียง 166 ต่อ 0 งดออกเสียง 13 เสียง ทำให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป
โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้เสนอ พ.ร.บ.ฉบับที่แก้ไขและผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของ สนช. ทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายให้มีผลบังคับใช้แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอการลงพระปรมาภิไธย จาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
[caption id="attachment_385159" align="aligncenter" width="500"]
หากทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนนี้ ประชาชนไทย นักวิจัย หรือแพทย์ไทย ที่กำลังรอทำการศึกษา วิจัยทดลอง หรือใช้สารสกัดจากกัญชาในการรักษาผู้ป่วยน่าจะได้เฮ ดีใจที่มีกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้ แต่การหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะในระหว่างที่ สนช.ดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้กัญชาหรือพืชกระท่อม ไม่เป็นยาเสพติด สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้นั้น เกิดมีบริษัทต่างชาติหัวหมอ ยื่นเรื่องขอจดสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย คือกลุ่มบริษัท โอซูกะ ฟาร์มาซูติคอล คอมปะนี ลิมิเต็ด ร่วมกับ บริษัท จีดับเบิลยู ฟาร์มา ลิมิเต็ด
โดยได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวข้องกับกัญชารวมทั้งสิ้น 6 ฉบับ ทั้งที่ขัดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 9(5) ทำไมอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย จึงกล้ารับคำขอจดทะเบียนจากบริษัทต่างชาติดังกล่าว ที่น่าสนใจและเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งก็คือ ในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ ได้มีการประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติ อันเป็นการรับรองในเบื้องต้นที่จะให้มีการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ หากไม่มีผู้ใดคัดค้าน
กรณีดังกล่าวนี้ ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังเคยประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตรกัญชา ของ “โอซูกะ ฟาร์มาซูติคอล คอมปะนี ลิมิเต็ด ร่วมกับ จีดับเบิลยู ฟาร์มา ลิมิเต็ด” กลุ่มบริษัทเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 เป็นคำขอสิทธิบัตรในการใช้สารสกัดกัญชาเพื่อรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งสมองชนิดไกลโอมา และชนิดไกลโอบลาสโตมา มัลติฟอร์มด้วย
สรุป กรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ได้ประกาศโฆษณาคำขอสิทธิบัตรกัญชาให้กลุ่มบริษัทต่างชาติดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 7 ฉบับ เมื่อ รวมทั้ง 2 สมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จึงมีปัญหาว่า หาก พ.ร.บ. ยาเสพติด ที่ สนช.ได้แก้ไขมีการประกาศใช้แล้ว คนไทย แพทย์ไทย นักวิชาการ นักวิจัยไทยจะได้ประโยชน์อะไร กรณีนี้จะกลายเป็นการเตะหมูเข้าปากหมาหรือไม่? เพราะหากรัฐบาล คสช.และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ยอมยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติดังกล่าว และไม่ยอมให้เวลาเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัยคนไทย ได้มีเวลาทำการศึกษาค้นคว้า และขอรับการจดสิทธิบัตรแล้ว คนไทยก็แทบจะไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลยจากการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว
นี่จึงเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาล คสช. พึงสังวรณ์ให้จงหนัก มิเช่นนั้น อาจทำให้รัฐบาล คสช.ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายสิทธิผลประโยชน์แห่งชาติเสียเอง หรือแม้กระทั่งถูกกล่าวหาว่ารับใช้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนต่างชาติ โดยที่คนไทยได้แต่นั่งมองตาปริบๆ
ด้วยจะกลายเป็นการละเมิดต่อสิทธิบัตรของต่างชาติ ด้วยการยอมรับจดทะเบียนให้ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยนั่นเอง การตัดสินใจของรัฐบาล คสช.ในเรื่องนี้ ย่อมส่งผลกระทบในทางการเมืองและส่งผลต่อความนิยมที่มีต่อรัฐบาล อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งอาจมีผลต่อคะแนนในการเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่าเป็นพรรคสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกด้วย
ด้วยการตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว และเพื่อแก้ปัญหานี้ แม้ คสช.ได้ตัดสินใจใช้ ม.44 ออกคำสั่งที่1/2562 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรก็ตาม เมื่อพิจารณาคำสั่งดังกล่าว ก็ยังมิใช่คำสั่งให้ยกเลิกสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติที่ยื่นไว้ ทั้งที่ขัดกฎหมาย พ.ร.บ. สิทธิบัตร ม.9(1)(4) และ (5) ก็ตาม ซึ่งโดยความเป็นจริง คำขอสิทธิบัตรทั้ง 7 คำขอของต่างชาติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีอำนาจยกคำขอ ได้ด้วยอำนาจของตนเองตามกฎหมายปกติ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช.แต่อย่างใด
กรณีเรื่องสิทธิบัตรกัญชา จึงเป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องระมัดระวังและทบทวนให้ดี เพราะยิ่งออกคำสั่ง ยิ่งแก้ ก็ยิ่งกลายเป็นสร้าง ปัญหา และอาจส่งผลทางการเมือง สั่นสะเทือนเก้าอี้นายกฯ ได้น่ะครับ คิดผิดคิดใหม่ได้ ทำผิดทำใหม่ได้ อย่าปล่อยไว้อาจสายเกินแก้
อ่าน | ข้าพระบาท ทาสประชาชน ทั้งหมด >>คลิก<<
|คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน
| โดย : ประพันธุ์ คูณมี
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3442 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.พ.2562
[caption id="attachment_384440" align="aligncenter" width="335"]






