thansettakij
thansettakij
ดับฝันประกันสุขภาพได้คืนภาษี สรรพากรยันมิ.ย.ชงแก้ก.ม.เรียกดูข้อมูลลูกค้าแบงก์

ดับฝันประกันสุขภาพได้คืนภาษี สรรพากรยันมิ.ย.ชงแก้ก.ม.เรียกดูข้อมูลลูกค้าแบงก์

18 มี.ค. 59 | 04:00 น.
สรรพากรดับฝันประกันภัย ยอมรับโครงภาษีบุคคลธรรมดาไม่มีเบี้ยฯสุขภาพอยู่ใน 20รายการ /ยันโครงสร้างใหม่สอดคล้องกับสังคมยุคครอบครัวเดี่ยว มั่นใจโครงสร้างใหม่ฝนตกทั่วฟ้า แจงแผนเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภายในมิ.ย.จะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเรียกข้อมูลบุคคลที่ 3ให้แบงก์หวังผลทันใช้ปี 2560

[caption id="attachment_38721" align="aligncenter" width="380"] ประสงค์ พูนธเนศ  อธิบดีกรมสรรพากร ประสงค์ พูนธเนศ
อธิบดีกรมสรรพากร[/caption]

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้ได้นำเสนอโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้วและคาดว่าจะนำเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ การเสนอโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาพรวมจะช่วยให้ทุกกลุ่มรายได้จะมีการจ่ายภาษีในอัตราที่ลดลง โดยยืนยันว่าโครงสร้างภาษีนี้ครอบคลุมกับคนทุกกลุ่ม

ที่สำคัญไม่ได้ช่วยเพียงกลุ่มคนรวยเพียงกลุ่มเดียว ทุกระดับรายได้จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างกัน เห็นได้จากโครงสร้างภาษีใหม่จะมีความเป็นสากลมากขึ้น มีการปรับทุกกลุ่มเพื่อให้สะท้อนกับสังคมที่เปลี่ยนไป เช่น จำนวนบุตร ที่จะอิงค่าลดหย่อนในลักษณะเหมาจ่าย มีการเปิดช่องว่างให้จากเดิมที่สามารถลดหย่อนได้เพียงบุตร 2 คน ที่สำคัญ โครงสร้างใหม่จะกำหนดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

อย่างไรก็ดีกรณีธุรกิจประกันภัยพยายามเสนอต่อกรมสรรพากรให้เพิ่มค่าลดหย่อนในส่วนของเบี้ยประกันสุขภาพนั้น ต่อเรื่องนี้อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวชัดเจนว่า จะไม่มีการพิจารณานำเบี้ยประกันสุขภาพเข้ามาใช้ลดหย่อนภาษีเพิ่มอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันมีการกำหนดสิทธิการรักษาขั้นต่ำเอาไว้แล้ว คือ 30 บาท ที่สำคัญเดิมก็ให้สิทธิ์สำหรับเบี้ยประกันชีวิต ที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป รวมถึงการต่อในส่วนของ LTF ที่ขยับขึ้นเป็น 7 ปี และจะสิ้นสุดในปี 2563 ซึ่งถือเป็นการออมทรัพย์ในระยะยาว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพากร ยังกล่าวถึงแนวทางการทำงานของกรมไว้อย่างน่าสนใจโดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีทางตรง (Direct Tax) ที่มีแนวโน้มจัดเก็บได้น้อยลง สำหรับภาษีทางตรงครอบคลุมถึงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีทรัพย์สินต่างๆ แต่จะให้น้ำหนักไปที่ภาษีทางอ้อม (indirect tax) มากขึ้น ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ค่าธรรมเนียมอากรต่างๆ ที่เรียกเก็บจากรายจ่ายของบุคคลนั้นๆ โดยภายในเดือนมิถุนายนนี้ กรมสรรพากรจะแก้ไขกฎหมายและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการเรียกข้อมูลบุคคลที่ 3 ทำให้ธนาคารพาณิชย์จะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร คาดว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาของ ครม. ทำให้กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นราว 30% หรือเพิ่มขึ้นราว 1 แสนล้านบาท จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เคยเก็บได้ปีละประมาณ 3.5แสนล้านบาท ทำให้ในอนาคตอาจจะไม่จำเป็นต้องปรับขึ้น VAT และภาษีเงินได้ก็อาจจะลดลงไปอีกด้วย และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้เร็วและจะมีผลได้ตั้งแต่ปี 2560

นายประสงค์ กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพกรว่า ในอนาคตกรมให้น้ำหนักไปที่การจัดเก็บรายได้โดยมีเครื่องมือสำคัญ คือ ระบบ e-Payment ที่จะนำมาใช้ในปี 2560 จุดแข็งคือ ระบบนี้สามารถป้องกันการหลบเลี่ยงภาษี ทำให้หลบเลี่ยงภาษีได้ยากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าปัญหาการเลี่ยงภาษีที่ผ่านมาเกิดจากตัวบุคคล ทั้งธุรกิจเองกับเจ้าหน้าที่ที่ประพฤติมิชอบ โดยใช้ดุลพินิจ ดังนั้นระบบ อี เพย์เมนต์ จะตอบโจทย์ป้องกันและอุดรูรั่วของระบบเดิมที่ใช้ตัวบุคคลในการพิจารณา โดยเฉพาะสีเทา ซึ่งมีอยู่หลายอาชีพที่จะทำให้ภาษีเดิมที่เคยหลบอยู่ใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินแทน เช่น ธุรกิจเหล็ก ร้านขายยา ทองคำ ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เดิมต้องออกใบกำกับภาษีหรือบิล ซึ่งหากลูกค้าไม่รับบิลหรือใบกำกับภาษีก็จะได้ในอีกราคาหนึ่ง และมีอีกมากที่ต้องหาคนมาขายใบกำกับภาษีให้เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ที่สำคัญยังทำให้ปลอมใบกำกับภาษีได้ยากเนื่องจากทุกอย่างเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการส่งข้อมูลออนไลน์เข้าถึงกรมสรรพากร ดังนั้นการจะมานั่งเขียนใบกำกับภาษี หรือวิ่งหารายชื่อคนที่จะมารับภาษีแทนจะไม่เกิดขึ้นอีก เรียกว่า ร้านค้าหรือธุรกิจ มีเงินเข้ามาเท่าไรจะไม่สามารถปกปิดได้อีก

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวในตอนท้ายว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 นี้เป็นต้นไป กรมสรรพากรก็จะนำระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Receive) มาใช้ และจะระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เรียกว่าอนาคตระบบภาษีทุกด้านจะเป็นระบบออนไลน์โดยสมบูรณ์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,140 วันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline