
ฐานโซไซตี : "บิ๊กตู่"ตำบลกระสุนตก แรงเสียดทานสูง ฝ่ายตรงข้ามรุมถล่ม
“ลุงตู่” ต้องเผชิญกับกระแสเรียกร้องให้ “ลาออก” จากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. หลังชัดเจนว่าถูกเสนอชื่อให้เป็น “แคดิเดตนายกฯ” ของพรรคพลังประชารัฐ โดยหลังประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันกับเหล่ากระจิบกระจอกข่าวทำเนียบรัฐบาลว่า “...จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะกฎหมายไม่ได้ให้ออก ...และถ้าตัดสินใจจะอยู่ต่อก็จะอยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคการเมือง...ยังมีเวลาตัดสินใจเพราะการเสนอชื่อบัญชีนายกฯ มีเวลาถึงวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ จะพิจารณาและจะรู้กันในช่วงนั้น อย่าเพิ่งเร่งรัดอะไรมากนัก...”
ก่อนหน้านั้น ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า วันนี้ต้องไม่พูดเรื่องข้อกฎหมายแล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เอง หากจะอาสาเป็นผู้นำทางการเมือง และต้องการให้ตัวเองมีความสง่างามในสายตาของนานาชาติ และประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่คำนึงถึงวัฒนธรรมการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ต้องเคารพในจริยธรรมที่ควรจะมี เรื่องนี้ไม่ต้องให้ใครบอก ผู้นำระดับสูงต้องคำนึงถึงจิตสำนึก ไม่ต้องให้ใครมาเรียกร้อง หรือรักษามารยาท และควรแสดงสปิริตอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน... เจอ “ถล่มจมเขี้ยว” เลยแระ “ลุงตู่”
เห็นล่าสุด “ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์” ก็ออกมาบอกว่า “ถ้าผมตัดสินใจเข้าสู่เวทีการเมืองแบบเต็มตัว ก็ต้องปรับตัวเองให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องความอดทน... หากต้องลงมาทำงานการเมืองเต็มตัวก็ไม่กังวลว่าจะเปลืองตัวหรือถูกกล่าวหาทางการเมือง พาดพิงถึงเรื่องส่วนตัวและครอบครัว เพราะไม่เคยมีปัญหาเรื่องส่วนตัวหรือกลัวการตรวจสอบ เพราะหากกลัวจะไม่ก้าวเข้ามาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แต่ที่กลัวมากกว่า คือกลัวบ้านเมืองเสียหาย กลัวต้องอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งดังเดิม”
ถูกต้องแล้วคร้าบทั่น “บนถนนการเมือง” ที่ต่อสู้ประหัตประหารกัน โดยหวังแย่งชิง “อำนาจรัฐ” เพื่อให้ได้เข้ามากุมบังเหียนในการบริหารประเทศ การต่อสู้ก็ต้องต่อสู้กันทุกรูปแบบ เพื่อเอาชนะคะคานกันให้ได้ เพราะฉะนั้น “ความอดทน” จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากคิดเสียว่า “ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง” ก็จงอย่าได้ไปหวั่นไหวกับ “แรงเสียดทาน” ทางการเมืองเลย เป็นดีที่ซู๊ดดดด...
[caption id="attachment_382505" align="aligncenter" width="500"]
ดูเหมือนปัญหาความแออัดที่ “สนามบินนานาชาติเชียงใหม่” นับวันรังแต่จะสร้างความยุ่งยาก วุ่นวาย ให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เริ่มจากเรื่องการตรวจตราสัมภาระก่อนที่จะออกจากสนามบินได้ ต้องผ่าน “เครื่องสแกน” ถึง 2 ด่าน ก็ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ทำไม? ถึงเป็นเช่นนั้น ความจริงตรวจครั้งเดียวไม่พบอะไรผิดปกติ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว นี่เล่นตรวจ 2 ด่าน แต่ละด่านผู้โดยสารก็เข้าคิวกันยาวเหยียด เสียเวลา เสียอารมณ์กันใช่เหตุ แถมสภาพจราจรการรับ-ส่งผู้โดยสารก็ไม่เป็นระเบียบ โดยเฉพาะรถรับจ้าง มักสร้างปัญหาให้เห็นอยู่เป็นประจำ เชื่อว่า น.ต.มณธนิก รักงาม ผอ.การท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ก็คงรู้ปัญหาดี อย่านิ่งดูดาย ซื้อเวลาไปวัน ๆ อยู่เลย อะไรที่ปรับปรุงแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารได้ ก็เร่งมือทำเสีย นี่ก็เห็นว่านักท่องเที่ยวจีน ก็เริ่มทยอยเข้ามาเที่ยวที่เชียงใหม่มากขึ้น ก็น่าจะเตรียมการรับมือไว้ให้ดี เพื่อให้เป็นที่ประทับใจนักท่องเที่ยว ก็น่าจะเกิดผลดีต่อประเทศชาติ มิใช่หรือ...
| คอลัมน์ : ฐานโซไซตี
| โดย : ว.เชิงดอย
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3441 หน้า 4 ระหว่างวันที่ 3-6 ก.พ.2562






