
เผยเคล็ด (ไม่) ลับ ผูกใจคน 'สตีเบล' ทำไม? พนักงานไม่ลาออก
องค์กรข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยกว่า 27 ปี โดยที่พนักงานในยุคเริ่มต้นก็ยังคงทำงานอยู่ในองค์กรจนทุกวันนี้ และ Turnover ของพนักงานก็ไม่เคยเกิน 1% นั่นคือ หนึ่งในหัวใจของวิธีการบริหารงาน รักษาพนักงาน จนทำให้ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย จำกัด กลายเป็นองค์กรที่มั่นคงและสามารถสร้างยอดขายได้เติบโตตลอด แม้จะเจอวิกฤตด้านเศรษฐกิจมาหลายรอบ
"ยุพา ทัดศรี" ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย จำกัด บอกเลยว่า วัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญที่สามารถผูกใจพนักงานทั้งหมดไว้ได้ คือ "การบริหารงานแบบครอบครัว" การดูแลเพื่อนพนักงานเหมือนพี่น้อง ประกอบกับความจริงใจที่มีให้กันตั้งแต่เริ่มต้น จากจำนวนพนักงาน 3 คน กับผู้นำ "โรลันด์ เฮิน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล อัลทรอน ขยับเพิ่มเป็น 70 คน และ 200 คน ในโรงงานที่เมืองทองธานี และขยายเป็น 565 คน ในปัจจุบัน กับโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
เคล็ด (ไม่) ลับของ "สตีเบล อัลทรอนฯ" คือ
1.การให้ความสำคัญพนักงานมาเป็นที่หนึ่ง
2.การทำงานแบบครอบครัว
3.การเปิดรับและสนองตอบจากผู้นำองค์กรและผู้บริหาร
4.การส่งต่อความรู้แบบรุ่นสู่รุ่น
5.โอกาสในการพัฒนาตัวเองจากการฝึกอบรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
6.การเติบโตในตำแหน่งหน้าที่
7.การเติบโตของรายได้และโบนัส ที่มีเป็นขวัญกำลังใจพนักงานทุกปี อย่างน้อย 3 เดือน และสำหรับคนที่ประสิทธิภาพ (Performance) การทำงานดี มีโอกาสได้โบนัสถึง 10 เดือน
การผูกใจพนักงานให้รักและอยู่กับองค์กร โดยมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาองค์กร พัฒนาโปรดักส์ และบริการ จนทำให้องค์กรเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะกับองค์กรที่มีการผสมผสานระหว่างเจนเนเรชั่นของคนทำงานที่หลากหลาย มีพนักงานที่ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่รุ่นเจนเอ็กซ์ เจนวาย จนถึงรุ่นเบบี้บูม
"ที่สตีเบลฯ ผู้นำเป็นคนให้ไอเดียและตั้งโจทย์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของทุกคน คุณโรลันด์จะให้โจทย์ แล้วให้พนักงานไปคิด โดยต้องอยู่ภายใต้ระบบคุณภาพที่เน้นความปลอดภัย ส่วนวิธีการจะทำอย่างไร เขาให้อิสระ ไม่มีกรอบความคิด มันเลยกลายเป็นดีเอ็นเอของพวกเรา และเราก็มีการส่งต่อวิธีการแบบนี้ให้พนักงานของเรา"
ภายในบริษัทฯ จะมีการจัดกิจกรรมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนภายในองค์กร โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านกีฬา ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยและเพศ การใช้ระบบบริหารงานแบบครอบครัว ทำให้ทุกคนมีความใกล้ชิด หัวหน้าเกิดความเข้าใจลูกน้อง รู้ว่าเขามีความสามารถด้านไหนก็ผลักดันและส่งเสริม ส่วนไหนที่ขาดก็จะช่วยเติม ส่งไปอบรม อะไรคือสิ่งท้าทายที่คนรุ่นใหม่ต้องการ ก็จะมีส่งเสริมให้พวกเขาได้ทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา และเมื่อทำได้ดี สิ่งที่ได้มา คือ การเติบโตในหน้าที่และรายได้ รวมถึงพนักงานพีซี ซึ่งสตีเบล อัลทรอน รับเป็นพนักงานประจำ ได้สวัสดิการ และการดูแลเช่นเดียวกับพนักงานประจำทั่วไป
และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป สตีเบล อัลทรอน จะประกาศตัวชัดเจนว่า เป็นองค์กรผู้ผลิต Sustainable Products ซึ่งจะใช้โรงงานแห่งใหม่ที่ขยายติดกับโรงงานเดิมที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สตรีเบล อัลทรอน ต้องรับพนักงานเพิ่มอีกราว 150 คน และต้องพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้มีการเปิดรับและจัดการฝึกอบรม โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ที่ประเทศเยอรมันเข้ามาทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้
จากแนวทางในการผูกใจพนักงาน ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและมีความผูกพันกับองค์กร รวมทั้งการที่ผู้บริหารไม่เปลี่ยน ทำให้เราไม่ต้องปรับอะไรกันบ่อย ทุกอย่างเดินหน้าได้อย่างราบรื่น และนั่นคือ ที่มาที่ทำให้ บริษัท สตีเบล อัลทรอน สามารถสร้างยอดขายเติบโตจาก 60-70 ล้านบาท เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ขยับเพิ่มมาเป็น 1,400 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยปีที่เกิดผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุการณ์น้ำท่วม สตีเบล อัลทรอน สามารถสร้างยอดขายเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ในขณะนี้ที่ปีนี้ยอดขายเติบโตได้เกือบ 20%
"งานมันเครียด แต่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขจัง" นั่นคือ คำพูดของพนักงานที่มีอายุงานกับ สตีเบล อัลทรอน มากว่า 20 ปี
"ยุพา ทัดศรี" ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเชีย จำกัด บอกเลยว่า วัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญที่สามารถผูกใจพนักงานทั้งหมดไว้ได้ คือ "การบริหารงานแบบครอบครัว" การดูแลเพื่อนพนักงานเหมือนพี่น้อง ประกอบกับความจริงใจที่มีให้กันตั้งแต่เริ่มต้น จากจำนวนพนักงาน 3 คน กับผู้นำ "โรลันด์ เฮิน" กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล อัลทรอน ขยับเพิ่มเป็น 70 คน และ 200 คน ในโรงงานที่เมืองทองธานี และขยายเป็น 565 คน ในปัจจุบัน กับโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
เคล็ด (ไม่) ลับของ "สตีเบล อัลทรอนฯ" คือ
1.การให้ความสำคัญพนักงานมาเป็นที่หนึ่ง
2.การทำงานแบบครอบครัว
3.การเปิดรับและสนองตอบจากผู้นำองค์กรและผู้บริหาร
4.การส่งต่อความรู้แบบรุ่นสู่รุ่น
5.โอกาสในการพัฒนาตัวเองจากการฝึกอบรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
6.การเติบโตในตำแหน่งหน้าที่
7.การเติบโตของรายได้และโบนัส ที่มีเป็นขวัญกำลังใจพนักงานทุกปี อย่างน้อย 3 เดือน และสำหรับคนที่ประสิทธิภาพ (Performance) การทำงานดี มีโอกาสได้โบนัสถึง 10 เดือน
การผูกใจพนักงานให้รักและอยู่กับองค์กร โดยมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาองค์กร พัฒนาโปรดักส์ และบริการ จนทำให้องค์กรเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะกับองค์กรที่มีการผสมผสานระหว่างเจนเนเรชั่นของคนทำงานที่หลากหลาย มีพนักงานที่ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่รุ่นเจนเอ็กซ์ เจนวาย จนถึงรุ่นเบบี้บูม
"ที่สตีเบลฯ ผู้นำเป็นคนให้ไอเดียและตั้งโจทย์ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของทุกคน คุณโรลันด์จะให้โจทย์ แล้วให้พนักงานไปคิด โดยต้องอยู่ภายใต้ระบบคุณภาพที่เน้นความปลอดภัย ส่วนวิธีการจะทำอย่างไร เขาให้อิสระ ไม่มีกรอบความคิด มันเลยกลายเป็นดีเอ็นเอของพวกเรา และเราก็มีการส่งต่อวิธีการแบบนี้ให้พนักงานของเรา"
ภายในบริษัทฯ จะมีการจัดกิจกรรมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ของคนภายในองค์กร โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านกีฬา ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยและเพศ การใช้ระบบบริหารงานแบบครอบครัว ทำให้ทุกคนมีความใกล้ชิด หัวหน้าเกิดความเข้าใจลูกน้อง รู้ว่าเขามีความสามารถด้านไหนก็ผลักดันและส่งเสริม ส่วนไหนที่ขาดก็จะช่วยเติม ส่งไปอบรม อะไรคือสิ่งท้าทายที่คนรุ่นใหม่ต้องการ ก็จะมีส่งเสริมให้พวกเขาได้ทำงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขา และเมื่อทำได้ดี สิ่งที่ได้มา คือ การเติบโตในหน้าที่และรายได้ รวมถึงพนักงานพีซี ซึ่งสตีเบล อัลทรอน รับเป็นพนักงานประจำ ได้สวัสดิการ และการดูแลเช่นเดียวกับพนักงานประจำทั่วไป
และตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป สตีเบล อัลทรอน จะประกาศตัวชัดเจนว่า เป็นองค์กรผู้ผลิต Sustainable Products ซึ่งจะใช้โรงงานแห่งใหม่ที่ขยายติดกับโรงงานเดิมที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เป็นฐานการผลิตและส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สตรีเบล อัลทรอน ต้องรับพนักงานเพิ่มอีกราว 150 คน และต้องพัฒนาระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลได้มีการเปิดรับและจัดการฝึกอบรม โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทแม่ที่ประเทศเยอรมันเข้ามาทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้
จากแนวทางในการผูกใจพนักงาน ทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและมีความผูกพันกับองค์กร รวมทั้งการที่ผู้บริหารไม่เปลี่ยน ทำให้เราไม่ต้องปรับอะไรกันบ่อย ทุกอย่างเดินหน้าได้อย่างราบรื่น และนั่นคือ ที่มาที่ทำให้ บริษัท สตีเบล อัลทรอน สามารถสร้างยอดขายเติบโตจาก 60-70 ล้านบาท เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ขยับเพิ่มมาเป็น 1,400 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยปีที่เกิดผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุการณ์น้ำท่วม สตีเบล อัลทรอน สามารถสร้างยอดขายเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก ในขณะนี้ที่ปีนี้ยอดขายเติบโตได้เกือบ 20%
"งานมันเครียด แต่อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขจัง" นั่นคือ คำพูดของพนักงานที่มีอายุงานกับ สตีเบล อัลทรอน มากว่า 20 ปี






