
เซ็นทรัลรับมือนักช็อปพันธุ์ใหม่ ชี้ 5 ปี 2 กลุ่มทรงอิทธิพล 'มิเลนเนียล-เจนZ' ปฏิวัติรีเทลไทย
ชี้ 2 ผู้ทรงอิทธิพลปฏิวัติวงการรีเทลไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า "มิลเลนเนียล-เจน Z" ขณะที่พฤติกรรมคนไทยต้องการเป็น SIP มากขึ้น จากกระแสฮอตโลกโซเชียล ด้านเซ็นทรัล ชู 2 กลยุทธ์หลักเข้าถึงทั้ง Seamless Experience และ Customization ประเดิมด้วยการทุ่มงบร้อยล้านจัดซัมเมอร์แคมเปญ "แฟชั่นฟรีซต้า...ร้อนนี้ ต้องฟรีซ" มั่นใจฉุดทราฟฟิกในศูนย์เพิ่ม 15% ยอดขายในแฟชั่นพุ่ง 20%
ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าเชื่อว่า กลุ่มมิลเลนเนียล (อายุระหว่าง 21-35 ปี) และเจน Z (อายุระหว่าง 15-20 ปี) จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อที่จะมาปฏิวัติโฉมหน้าวงการรีเทลเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันคน 2 กลุ่มนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสารสนเทศผ่านทางสื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เน้นการแสวงหาสถานะ การสร้างตัวตนอยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย มีความต้องการที่ซับซ้อน มีความสนใจที่หลากหลาย กระหายความสำเร็จ มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในสังคม
ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มนี้จะมีการตัดสินใจที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นการเข้าถึงจะต้องเข้าใจวิธีคิด และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในการช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูง
"คนยุคใหม่จะใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เปลี่ยนแปลงเร็วตามกระแสเทคโนโลยี ทำให้มีเวลาและเครื่องมือในการเปรียบเทียบสินค้าและบริการจากข้อมูลรอบด้านทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งในอนาคตเชื่อว่ากลุ่มผู้บริโภคที่เรียกตัวเองว่า "สมาร์ท ช็อปเปอร์" จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องรู้จักปรับตัวให้เข้าถึง และโดนใจ"อย่างไรก็ดีพฤติกรรมของกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z มีลักษณะเดียวกันทั่วโลก รวมถึงคนเอเชียและคนไทย ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ มีความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสูง ทำให้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Opinion Leader) มีความสำคัญและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยผู้ทรงอิทธิพลจะมีอิทธิพลเหนือกว่าเซเลบริตี โดยวัดค่ากันที่จำนวนผู้ติดตาม (Followers) ที่หากยิ่งมาก ก็ยิ่งได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลสูง ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ มีความต้องการอยากเป็น Social Important Person (SIP) เนื่องจาก เป็นการแสดงสถานะทางสังคมรูปแบบใหม่ ได้รับการยอมรับว่า เท่ เจ๋ง เก่ง ดังนั้นแนวโน้มการทำตลาดจึงต้องเจาะเข้าถึงกลุ่มผู้ที่มีอิทธิพลในอนาคต
ทั้งนี้เป้าหมายของซีพีเอ็น คือการก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการรีเทลในระดับภูมิภาค กลยุทธ์การทำตลาดจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ เชื่อมโยงทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน (Seamless Experience) ทั้ง ออฟไลน์-ออนไลน์-อินสโตร์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยการผสมผสานสื่อทั้งเทรดดิชันนัลและดิจิตอลและสร้างประสบการณ์ใหม่ อีกกลยุทธ์คือ Customization การนำเสนอสินค้าและบริการ ตามความชอบและความสนใจส่วนตัวของกลุ่มเป้าหมาย ลงลึกถึงในระดับบุคคล โดยให้ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง (Customer-Centric) และสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าแบบ One-on-One ผ่านกิจกรรมหรืออีเวนต์ต่างๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ซัมเมอร์แคมเปญล่าสุด ภายใต้ชื่อ "แฟชั่นฟรีซต้า...ร้อนนี้ ต้องฟรีซ" ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แบบ 360 องศาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในการสื่อสารและการมีส่วนร่วม ผ่านสื่อที่เป็นแมสและสื่อโซเชียล สร้างการมีส่วนร่วมโดยการนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบใหม่ ผ่านทาง CPN Live ซึ่งเป็น lifestyle hub ทั้งในรูปแบบของบูลาตินและดิจิตอล มีดิจิตอลแคมเปญสนุกๆ ให้เข้ามีส่วนร่วม In-store Design เชื่อมโยง Arousal & Design มีสีสัน แสงสี ความเคลื่อนไหว เสียงเพลง กลิ่นหอม และอารมณ์ต่างๆ
"ปีนี้ซีพีเอ็นทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทจัดซัมเมอร์แคมเปญรูปแบบใหม่กับแฟชั่นโชว์กลางลานน้ำแข็ง ดึงเทสเมคเกอร์ เปิดตัวซีพีเอ็น ไลฟ์ บูเลติน แหล่งรวมข้อมูลแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อัพเดตเทรนด์ร้อนจากลอนดอน-ปารีส-มิลาน-นิวยอร์ก พร้อมโปรโมชันต่างๆมากมาย พร้อมกับใช้สื่อทุกแพลตฟอร์มทั้งบิลบอร์ด โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และโซเชียลมีเดียเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะด้วย โดยแคมเปญนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลและเจน Z ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้มีลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 15% และมียอดขายสินค้าแฟชั่นเพิ่มขึ้น 20%"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,140 วันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2559
ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าเชื่อว่า กลุ่มมิลเลนเนียล (อายุระหว่าง 21-35 ปี) และเจน Z (อายุระหว่าง 15-20 ปี) จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อที่จะมาปฏิวัติโฉมหน้าวงการรีเทลเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันคน 2 กลุ่มนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลสารสนเทศผ่านทางสื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เน้นการแสวงหาสถานะ การสร้างตัวตนอยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย มีความต้องการที่ซับซ้อน มีความสนใจที่หลากหลาย กระหายความสำเร็จ มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร และต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในสังคม
ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มนี้จะมีการตัดสินใจที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นการเข้าถึงจะต้องเข้าใจวิธีคิด และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในการช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้อสูง
"คนยุคใหม่จะใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย เปลี่ยนแปลงเร็วตามกระแสเทคโนโลยี ทำให้มีเวลาและเครื่องมือในการเปรียบเทียบสินค้าและบริการจากข้อมูลรอบด้านทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งในอนาคตเชื่อว่ากลุ่มผู้บริโภคที่เรียกตัวเองว่า "สมาร์ท ช็อปเปอร์" จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องรู้จักปรับตัวให้เข้าถึง และโดนใจ"อย่างไรก็ดีพฤติกรรมของกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z มีลักษณะเดียวกันทั่วโลก รวมถึงคนเอเชียและคนไทย ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ มีความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสูง ทำให้ผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Opinion Leader) มีความสำคัญและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยผู้ทรงอิทธิพลจะมีอิทธิพลเหนือกว่าเซเลบริตี โดยวัดค่ากันที่จำนวนผู้ติดตาม (Followers) ที่หากยิ่งมาก ก็ยิ่งได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลสูง ส่งผลให้คนส่วนใหญ่ มีความต้องการอยากเป็น Social Important Person (SIP) เนื่องจาก เป็นการแสดงสถานะทางสังคมรูปแบบใหม่ ได้รับการยอมรับว่า เท่ เจ๋ง เก่ง ดังนั้นแนวโน้มการทำตลาดจึงต้องเจาะเข้าถึงกลุ่มผู้ที่มีอิทธิพลในอนาคต
ทั้งนี้เป้าหมายของซีพีเอ็น คือการก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการรีเทลในระดับภูมิภาค กลยุทธ์การทำตลาดจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ เชื่อมโยงทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน (Seamless Experience) ทั้ง ออฟไลน์-ออนไลน์-อินสโตร์ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยการผสมผสานสื่อทั้งเทรดดิชันนัลและดิจิตอลและสร้างประสบการณ์ใหม่ อีกกลยุทธ์คือ Customization การนำเสนอสินค้าและบริการ ตามความชอบและความสนใจส่วนตัวของกลุ่มเป้าหมาย ลงลึกถึงในระดับบุคคล โดยให้ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง (Customer-Centric) และสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าแบบ One-on-One ผ่านกิจกรรมหรืออีเวนต์ต่างๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ซัมเมอร์แคมเปญล่าสุด ภายใต้ชื่อ "แฟชั่นฟรีซต้า...ร้อนนี้ ต้องฟรีซ" ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แบบ 360 องศาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในการสื่อสารและการมีส่วนร่วม ผ่านสื่อที่เป็นแมสและสื่อโซเชียล สร้างการมีส่วนร่วมโดยการนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบใหม่ ผ่านทาง CPN Live ซึ่งเป็น lifestyle hub ทั้งในรูปแบบของบูลาตินและดิจิตอล มีดิจิตอลแคมเปญสนุกๆ ให้เข้ามีส่วนร่วม In-store Design เชื่อมโยง Arousal & Design มีสีสัน แสงสี ความเคลื่อนไหว เสียงเพลง กลิ่นหอม และอารมณ์ต่างๆ
"ปีนี้ซีพีเอ็นทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาทจัดซัมเมอร์แคมเปญรูปแบบใหม่กับแฟชั่นโชว์กลางลานน้ำแข็ง ดึงเทสเมคเกอร์ เปิดตัวซีพีเอ็น ไลฟ์ บูเลติน แหล่งรวมข้อมูลแฟชั่นและไลฟ์สไตล์อัพเดตเทรนด์ร้อนจากลอนดอน-ปารีส-มิลาน-นิวยอร์ก พร้อมโปรโมชันต่างๆมากมาย พร้อมกับใช้สื่อทุกแพลตฟอร์มทั้งบิลบอร์ด โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และโซเชียลมีเดียเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะด้วย โดยแคมเปญนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียลและเจน Z ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้มีลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 15% และมียอดขายสินค้าแฟชั่นเพิ่มขึ้น 20%"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,140 วันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2559






