
ฐานโซไซตี : ใบสั่ง“นายหญิง” เบื้องหลัง“เพื่อไทย” ชู “ชัชชาติ”นายกฯ
อ่าน | โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการ “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” วันที่ 4-6 พ.ค. 2562
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น เสด็จฯเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เสด็จฯออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาทพสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น เสด็จฯออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ส่วนการเสด็จฯเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีขึ้นในช่วงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ปลายปี 2562
สำหรับการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น ทางรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศว่า รัฐบาลจะได้ร่วมกับพสกนิกรชาวไทย เตรียมจัดงานสนองพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณให้สมพระเกียรติตามพระราชประเพณี และจำเดิมแต่ทรงรับคำกราบบังคมทูลเชิญขึ้นทรงราชย์ในปี 2559 รัฐบาลก็ได้ตระเตรียมการต่างๆ อันพึงจะต้องปฏิบัติในส่วนของรัฐบาล เป็นการภายในไปพลางก่อนแล้ว และจะหารือกันและแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดพระราชพิธีดังกล่าว ซึ่งมอบหมายให้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าเตรียมการ และจะกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
[caption id="attachment_370659" align="aligncenter" width="335"]
แต่ที่เป็นกระแสข่าวที่ออกมาจากพรรคเพื่อไทยนั้น อ้างว่าพรรคเพื่อไทยต้องเปลี่ยนจากการชู คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯ มาเป็น ชัชชาติ แทน เหตุเพราะพรรคเพื่อไทยได้ซุ่มสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบข้อมูลว่า หากชู คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกฯ จะได้ ส.ส.มากที่สุดไม่เกิน 200 ที่นั่ง ขณะที่หากเปลี่ยนเป็นชู ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นนายกฯ จะได้ ส.ส.เพิ่มมากขึ้นเป็น 220 ที่นั่ง... เรียกได้ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ “เข็นไม่ขึ้น” ว่าอย่างนั้นเถอะ จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ไม่ว่าจะเป็น คุญหญิงสุดารัตน์ หรือ ชัชชาติ กับเป้าส.ส.ที่ว่าจะได้มา 200-220 ที่นั่ง จะเป็นจริงได้หรือไม่? ยังน่าสงสัย อย่าลืมว่า “เพื่อไทย” ยุคปัจจุบันไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะยุทธศาสตร์ “แตกแบงก์พัน” หรือการโยกสมาชิกบางส่วน ออกไปตั้งพรรคเล็กพรรคน้อย เพื่อหวังเก็บจำนวนส.ส. จากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ก็ทำให้ “เพื่อไทย” อ่อนกำลังศึกไปพอสมควร นี่ยังไม่รวมถึง “อดีต ส.ส.” จากกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่ถูก “ดูด” ไปอยู่กับ “พลังประชารัฐ”บ้าง หรืออยู่กับพรรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ “เครือข่ายทักษิณ” แล้วที่ว่าจะได้ 200-220 ที่นั่ง จะเอาคะแนนเสียงมาจากไหน...ไม่ได้ดูถูกหรือปรามาสนะ แต่เป็นการวิเคราะห์จากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น จึงขอฟันธงไว้ตรงนี้ว่า ไม่มีทางที่ “เพื่อไทย” พรรคเดียวจะได้ถึง 220 ที่นั่ง จริงหรือไม่จริง ก็คอยดูกันไปก็แล้วกัน...
|คอลัมน์ : ฐานโซไซตี
| โดย : ว.เชิงดอย
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3433 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค.2562






