
เริ่มศักราชใหม่ ประเทศไทยต้องเดินหน้า
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอดีตประเทศไทยของเราบอบชํ้าจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองมาอย่างยาวนาน จนได้รับการขนานนามว่า “คนป่วยของเอเชีย” โดยเฉพาะในช่วงปี 2549-2557 เป็นช่วงที่ประเทศไทยของเราตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจไทยเติบโตในลักษณะถดถอย
ขณะที่การลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 9% ต่อปี ในปี 2543-2548 เหลือเพียง 2% ต่อปี ในช่วงปี 2549-2557 ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2556-2557 อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยตํ่าสุดในอาเซียน
แม้ว่าภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ จะทำ ให้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มต่างๆสงบลง แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าภายหลังจากการเลือกตั้งความวุ่นวายต่างๆ ทางการเมืองจะไม่กลับมาอีก
แต่ต้องไม่ลืมว่าในปี 2562 มีโครงการสำคัญที่รอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบก ทางนํ้า ทางอากาศ ที่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
ที่สำคัญคือการเตรียมความพร้อมรับมือกับยุคดิจิตอล ที่เทคโนโลยีต่างๆ จะไหลบ่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการทำงาน การทำธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ รวมทั้งปัจจัยภายนอกอีกหลายเรื่องที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน การที่อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป การรับมือกับภาวะดอกเบี้ยโลกขาขึ้น และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
เหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายของประเทศไทยในปี 2562 จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในชาติจะร่วมมือกันผลักดันประเทศไทยให้เดินไปข้างหน้า โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองที่กระโดดลงสู่สนามการเลือกตั้ง จะต้องไม่นำพาประเทศกลับไปอยู่ในวังวนความขัดแย้ง เหมือนในอดีต เพราะประเทศไทยของเราผ่านความบอบชํ้ามามากพอแล้ว
| บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3431 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค.-2 ม.ค.2562






