
ทางออกนอกตำรา : ยึดทรัพย์ ‘โอเอฯ-รอยัลเจมส์ฯ’ โกงภาษีหรือตัดท่อน้ำเลี้ยง?
ผู้คนอาจฮือฮาในเรื่องจำนวนตัวเลขของเงินที่อายัดก้อนโต 4,600 ล้านบาท
แต่หากพิจารณา ถึงการยกกำลังไปของ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ต.ปรีชา เจริญ-สหายานนท์ รองเลขาธิการ และเจ้าหน้าที่ ปปง. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่สรรพากรจังหวัดภูเก็ต ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติทั่วไป
ใครที่ฟัง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ชี้แจงว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินคดีกับกลุ่มบริษัทและห้างร้านที่มีพฤติการณ์เกี่ยวพันกับทัวร์ศูนย์เหรียญ และการหลีกเลี่ยงภาษีเพื่อลดการผูกขาดและการทำลายภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย อาจเห็นเป็นเรื่องที่ข้าราชการประจำต้องทำตามนโยบาย
นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้จัดการทั้งสี่บริษัท นายธงชัย โรจน์-รุ่งรังสี สามีของนางนิสา, บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด, นางสาวสายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี กรรมการผู้มีอำนาจ บจก.บ้านขนมทองทิพย์ซึ่งเป็นบุตรของนายธงชัย และนายวินิจ จันทรมณี ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล เป็นจำเลยที่ 1-13 ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
เพียงแต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ นายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 59 ปี ก.ก.ผจก.บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด , นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 61 ปี กก.ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล ของจำเลยที่ 1,2 เเละนายวินิจ จันทรมณี อายุ 71 ปี ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล ที่ 13 เป็นการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวเเละมัคคุเทศก์ฯ มาตรา 24 จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยที่ 1,2,13 คนละ 500,000 บาท
แล้วทำไมจึงมีการอายัดเงินบริษัทนำเที่ยวนี้อีก....นี่ต่างหากที่นักธุรกิจมึนตึ้บ...แล้วอ้าปากค้าง
ฟังคำชี้แจงของ ปปง.ว่าได้รับรายงานจากกรมสรรพากรให้ดำเนินการตรวจสอบ การชำระภาษีของบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554-2559 พบว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นวงเงินกว่า 7,500 ล้านบาท อันเป็นความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งตามมาตรา 37 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ก็พอร้องอ๋อ..ว่า เป็นการอายัดตามประมวลรัษฎากรที่มีการสอบพบว่ากลุ่มโอเอ รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี
แต่ท่านเชื่อผมหรือไม่ครับว่าปฏิบัติการในคดีนี้ มากกว่าการอายัดทรัพย์เพราะผู้ประกอบการเลี่ยงภาษี....
คดีนี้ ปี 2559 ปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินแล้ว พบความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และได้ดำเนินการอายัดทรัพย์ไปแล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 เงินฝากในบัญชีธนาคารผู้เกี่ยวข้อง 25 รายการ รวม 28.5 ล้านบาท ครั้งที่ 2 เงินฝากธนาคารสลากออมสิน รวม 2 รายการ รวม 3.1 ล้านบาท
[caption id="attachment_366651" align="aligncenter" width="335"]
ครั้งที่ 3 เงินฝากบัญชีธนาคารผู้เกี่ยวข้องบริษัท โอเอฯ 92 บัญชี รวมเป็นเงิน 4,200 ล้านบาท และรถบัสโดยสาร 2,155 คัน มูลค่า 9,000 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งหมด 2,274 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 13,200 ล้านบาท
พอถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เลขาธิการ ปปง.ชี้แจงว่าอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวรวมมูลค่า 4,600 ล้านบาท
เฉพาะ 2 ห้วงเวลา ทางปปง.ได้อายัดทรัพย์ของคนในครอบครัวโรจน์รุ่งรังสี ไปทั้งสิ้น 17,800 ล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การทำธุรกิจในประเทศ หากไม่นับคดีการอายัดทรัพย์จากความผิดทางการเมืองของ คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 78,000 ล้านบาท
แน่นอนในทางข้อกฎหมายเมื่อเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรร้องทุกข์และพยานหลักฐานเข้าองค์ประกอบ 4 อย่างคือ 1. เป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 37 ทวิ และมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร
2.หลีกเลี่ยงภาษีอากร ฉ้อโกงภาษีอากร เป็นจำนวนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือขอคืนภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นทำนองเดียวกัน ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป
3.กระทำในลักษณะกระบวนการ หรือเป็นเครือข่าย โดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี
4.มีพฤติกรรมปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้
กฎหมายให้ถือว่า ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
แต่ข้อมูลวงลึกบอกว่า นี่คือการตัดท่อน้ำเลี้ยงทางการเมืองครั้งใหญ่....เพราะแว่วว่า มีการจ่ายเงินก้อนโตไปยังกลุ่มการเมืองที่เกื้อกูลกันมา การตัดชีพจรทางการเงินรอบนี้จึงเป็นการตัดเชื้อไฟอย่างราบคาบ เพราะถ้าผิดฐานโกงภาษีรับประกันว่าธุรกิจโอเอ หรือรอยัลเจมส์ เตรียมปิดตัวได้เลย
ถ้าพบว่าหลีกเลี่ยงภาษี 7,500 ล้านบาท กฎหมายให้มีการจ่ายเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีก 2 เท่าตัว ทรัพย์ที่อายัดไว้ยังจ่ายไม่พอ...ขอรับนายท่าน...
| คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3430 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 27-29 ธ.ค.2561






