thansettakij
thansettakij
100โรงงานแป้งมันจ่อหยุด แล้งสาหัสลามอุตฯเกษตร ลุ้นปลายเมษาฝนตก

100โรงงานแป้งมันจ่อหยุด แล้งสาหัสลามอุตฯเกษตร ลุ้นปลายเมษาฝนตก

10 มี.ค. 59 | 04:00 น.
วิกฤติภัยแล้งหนักรอบ 20 ปี ลามกระทบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพืชเกษตร-ปศุสัตว์ โรงสีกว่า 50% หยุดผลิตแล้ว ขณะโรงงานแป้งมันกว่า 100 โรงลุ้น หากไม่มีฝนเติมเดือนเม.ย.นี้ทยอยหยุดเดินเครื่อง ข้าวโพดหวาน สับปะรด วัตถุดิบเริ่มสะดุด มะพร้าวจ่อนำเข้าจากอินโดฯ ไก่-หมู เริ่มซื้อน้ำใช้ ผลผลิตวูบดันราคาพุ่ง อีสานห่วงยางยืนต้นตาย-เปิดกรีดช้า กรมชลฯรับนาปรังเสี่ยงเสียหาย 4 แสนไร่

[caption id="attachment_36861" align="aligncenter" width="700"] วิกฤติภัยแล้งหนักรอบ 20 ปี ลามกระทบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพืชเกษตร-ปศุสัตว์ วิกฤติภัยแล้งหนักรอบ 20 ปี ลามกระทบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับพืชเกษตร-ปศุสัตว์[/caption]

จากวิกฤติภัยแล้งที่กำลังลุกลามขยายวงไปทั่วประเทศ ณ เวลานี้ ที่ถือเป็นวิกฤติภัยแล้งหนักสุดในรอบ 20 ปี น้ำในเขื่อนทั่วประเทศและแหล่งน้ำต่างๆ ลดระดับลงอย่างฮวบฮาบ ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม เพื่อรักษาระบบนิเวศ และอื่นๆ อย่างไรก็ดีในอีกภาคส่วนหนึ่งคือภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพืชเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ"พบในหลายธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และได้งัดมาตรการรับมือกันอย่างเต็มที่

 มันผลผลิตวูบ-ราคาดิ่งซ้ำ

นางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากการประเมินผลผลิตหัวมันสำปะหลังสดของเกษตรกรในปีการผลิต 2558/59 (ที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2559) ล่าสุด คาดในปีนี้น่าจะลดลงเหลือประมาณ 28 ล้านตัน จากที่ประเมินเบื้องต้นไว้ก่อนหน้านี้จะมีผลผลิตเกือบ 32 ล้านตัน มีปัจจัยหลักจากผลกระทบภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย นอกจากนี้จากปริมาณน้ำฝนที่ไม่พอเหมาะยังส่งผลให้เปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งของหัวมันสดลดลงจากเดิมโดยเฉลี่ย 3-4%

ขณะเดียวกันตลาดหลักมันเส้นของไทยคือจีนได้ลดการนำเข้า จากรัฐบาลจีนสนับสนุนการใช้ข้าวโพดในสต๊อกรัฐบาลเป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์ และเอทานอลแทนมันเส้น และลดการอุดหนุน(ประกันราคา)ข้าวโพดลงจาก 2.3 พันหยวนต่อตันเหลือ 2 พันหยวนต่อตัน มีผลให้ราคาข้าวโพดในตลาดจีนลดเหลือ 1.6 พันหยวนต่อตัน ส่งผลกระทบต่อราคามันเส้นของไทยที่ส่งออกไปจีนในขณะนี้ได้ราคาเฉลี่ยเพียง 160 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากปกติจะได้ราคาเฉลี่ย 220 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน

"จากหลายปัจจัยรวมกันข้างต้นได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคาหัวมันสดที่เกษตรการขายได้ ณ เวลานี้เฉลี่ยที่ 1.60-1.80 บาทต่อกิโลกรัม จากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายังได้ราคาเฉลี่ยที่ 2-2.20 บาทต่อกิโลกรัม จากต้นทุนของเกษตรกรเฉลี่ยที่ 1.90 บาทต่อกิโลกรัมถือว่าขาดทุน ที่ห่วงคือหากเกษตรกรอยู่ไม่ได้ และไปทำอย่างอื่น ปีหน้าจะเอาหัวมันไหนผลิต อย่างไรก็ดีเวลานี้จากผลผลิตหัวมันที่ลดลงจากผลกระทบภัยแล้ง เราคงต้องนำมันจากกัมพูชาเข้ามาผลิตเพื่อส่งออกประคองธุรกิจ"

 100รง.แป้งมันจ่อหยุดผลิต

สอดคล้องกับนายปรีชา เต็มพร้อม นายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ที่กล่าวว่า จากภัยแล้งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ส่งผลให้โรงงานแป้งมันสำปะหลังที่เป็นสมาชิกของสมาคมประมาณ 90 โรง(จากสมาชิกมีโรงงานรวมกันกว่า 100 โรงตั้งอยู่ในภาคอีสานสัดส่วน 80%) ซึ่งต้องใช้น้ำในการกระบวนการโม่แป้งในปริมาณมากเริ่มขาดแคลนน้ำ บางรายต้องพึ่งน้ำในอ่างเก็บน้ำมาใช้ และเสียค่าขนส่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ทั้งนี้หากในเดือนเมษายนนี้ยังไม่มีฝนตกลงมาบ้าง จะส่งผลกระทบต่อโรงงานหลายแห่งต้องหยุดผลิต

 โรงสีหยุดผลิตแล้วกว่า50%

ขณะที่นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เผยว่า จากภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตข้าวเปลือกของไทยลดลงจากรัฐบาลให้งดทำนาปรัง ส่วนในรายที่ยังปลูกได้ส่วนหนึ่งผลผลิตก็ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงสีขาดแคลนวัตถุดิบในการสีแปร ซึ่งในรายที่ยังมีข้าวเปลือกคงดำเนินการสีไปได้อีกระยะหนึ่ง ส่วนในรายที่ไม่มีข้าว เวลานี้ก็ได้หยุดดำเนินการไปแล้วจำนวนมาก

"เวลานี้โรงสีที่ไม่มีข้าวผลิตมีมากกว่าโรงสีที่ยังมีข้าว ซึ่งประเมินว่ามีโรงสีทั่วประเทศที่ได้หยุดสีข้าวไปแล้วมากกว่า 50% ช่วงนี้เป็นช่วงประคองธุรกิจ และรอเวลาฝนตก และชาวนากลับมาทำนาอีกครั้ง"

 ลามผัก-ผลไม้ส่งออก

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า จากผลกระทบภัยแล้งได้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลผลิตผัก และผลไม้หลายรายการเพื่อส่งออก อาทิ ข้าวโพดหวานซึ่งแม้จะเป็นพืชใช้น้ำน้อย แต่ในบางพื้นที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำ ก็ไม่สามารถปลูกได้ ส่วนพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะสามารถรองรับการปลูกได้ถึงครึ่งปีนี้หรือไม่ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือจากภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวโพดหวานมีสภาพฝักแห้งไม่สมบูรณ์จากขาดน้ำ ทำให้ผลผลิตลดลงกระทบต่อวัตถุดิบเข้าโรงงาน

ส่วนในกลุ่มสับปะรดเพื่อแปรรูปส่งออก แม้เวลานี้จะยังมีผลผลิต แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการห่วงเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งจริงในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ผลผลิตจะไม่เพียงพอป้อนโรงงานมากขึ้น แต่ก็หวังในครึ่งปีหลังจะมีฝนตกตามฤดูกาล ทำให้มีวัตถุดิบ และส่งออกชดเชยส่วนที่หายไปในครึ่งปีแรกได้

"ส่วนมะพร้าว เพื่อทำกะทิ วุ้นมะพร้าว และน้ำมะพร้าวเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก ขณะนี้กำลังรอสรุปผลกระทบจากภัยแล้งเพื่อประเมินผลกระทบ หากไม่เพียงพออาจต้องนำเข้าจากอินโดนีเซีย"

 หมูซื้อน้ำใช้-ต้นทุนเพิ่ม

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ภัยแล้งขาดแคลนน้ำถือเป็นปัญหาหนักสุดของผู้เลี้ยงสุกรมากที่สุดในเวลานี้ โดยในพื้นที่เลี้ยงแถบจังหวัดฉะเชิงเทราจากเกิดความแห้งแล้ง ทำให้น้ำเค็มทะลัก ต้องซื้อน้ำจืดใช้ในการเลี้ยงสุกรกันแล้ว รวมถึงในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ผู้เลี้ยงก็เริ่มซื้อน้ำใช้แล้วเช่นกัน เพราะน้ำต้องใช้มากในการเลี้ยงสุกร ทั้งใช้ดื่ม ใช้อาบ และชำระล้างเล้า ตกวันหนึ่งหลายหมื่นลิตร ซึ่งส่วนใหญ่เกิดปัญหากับผู้เลี้ยงรายย่อยที่ไม่มีพื้นที่มากในการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ

ขณะเดียวกันจากภัยแล้งและอากาศที่ร้อนมีผลให้สุกรไม่กินอาหาร หรือกินลดลง ต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้น เช่น จากเคยเลี้ยงเฉลี่ย 4 เดือน เพิ่มเป็น 4 เดือนครึ่ง เพื่อให้ได้น้ำหนักในการจับ มีผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้น จากที่เวลานี้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยที่ 64-65 บาทต่อกิโลกรัม ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 60 บาท การเลี้ยงนานขึ้นมีผลต่อกำไรที่ลดลง แต่ทุกคนก็พยายามประคองธุรกิจ

 ไก่ผลผลิตวูบ-ราคาพุ่ง

ส่วนนางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากภัยแล้งรุนแรง และอากาศที่ร้อนมาก ถือเป็นปัญหาหนักสุดที่มีผลกระทบค่อนข้างมากต่อการเลี้ยงไก่เนื้อของเกษตรกรในขณะนี้เช่นกัน เพราะมีผลให้ไก่เครียด กินอาหารลดลง และโตช้า จากที่เคยใช้เวลาเลี้ยง 38-40 วันเพื่อให้ได้น้ำหนักตัวละ 2-2.5 กิโลกรัม ต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นเป็น 45-47 วัน ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม และมีผลทำให้ผลผลิตไก่เนื้อของประเทศขาดหายจากวงจร โดยจากเคยได้ผลผลิตราว 33 ล้านตัวต่อสัปดาห์ เวลานี้ลดลงเหลือ 28-30 ล้านตัวต่อสัปดาห์

"ผลที่ตามมาคือราคาไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มปรับตัวสูงขึ้น จากเดือนกุมภาพันธ์ช่วงตรุษจีนเฉลี่ยที่ 34-35 บาทต่อกิโลกรัม ล่าสุดปรับขึ้นเป็น 37-39 บาทต่อกิโลกรัม และจากภัยแล้งฟาร์มเลี้ยงไก่รายย่อยหลายแห่งเริ่มซื้อน้ำใช้กันแล้ว แต่ในรายใหญ่ยังไม่กระทบมาก เพราะส่วนใหญ่มีแหล่งน้ำของตัวเอง"

 นาปรัง4แสนไร่เสี่ยงเสียหาย

ด้านนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวยืนยันว่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่รับน้ำจาก 4 เขื่อนหลักได้แก่ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ยังมีน้ำใช้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์(ผลักดันน้ำเค็ม) รวมถึงไม้ผล และไม้ยืนต้นบางส่วนไปจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ที่ห่วงในเวลานี้คือข้าวนาปรังที่เวลานี้ได้ปลูกไปแล้วทั่วประเทศกว่า 3.4 ล้านไร่ โดยส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนเมษายน มีความเสี่ยงจะได้รับความเสียหายจากภัยแล้งประมาณ 4 แสนไร่

 ชงรัฐช่วยชาวนา1พันบ./ไร่

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เผยว่า จากผลกระทบภัยแล้งที่รุนแรง และกระทบเกษตรกรหนักมาก ที่ประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีมติ จะเสนอรัฐบาลให้ช่วยสนับสนุนเกษตรกร โดยรูปแบบการให้ความช่วยเหลือนั้น อาจเป็นการอุดหนุนในรูปเงินให้เปล่าในอัตราไร่ละ 1 พันบาทไม่เกิน 15 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อใช้ในการเตรียมพร้อมปัจจัยการผลิตในฤดูการเพาะปลูกใหม่ที่จะเริ่มในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนนี้

 แจงช่วยเหลือ 8 มาตรการคืบ

ขณะที่ความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 8 มาตรการ ตัวอย่างในส่วนของมาตรการส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ในส่วนของการลดค่าครองชีพโดยจำหน่ายสินค้าราคาเหมาะสมโดยกระทรวงพาณิชย์ มีกิจกรรมการสำคัญคือการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นต่อการครองชีพราคาประหยัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ล่าสุดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน2558-4 มีนาคม 2559 ได้จัดงานแล้ว 285 ครั้ง(จากเป้าหมาย 400 ครั้ง งบประมาณ 10 ล้านบาท) ในพื้นที่ 21 จังหวัด มีมูลค่าการจำหน่ายรวม 31.8 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ 21.2 ล้านบาท

มาตรการชะลอหรือขยายเวลาชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน โดยการให้สินเชื่อและขยายระยะเวลาการชำระหนี้โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้สินเชื่อแล้ว 1.20 แสนราย วงเงิน 5.82 พันล้านบาท และมาตรการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร มีการจ้างงานชลประทานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2559 มีการจ้างงานแล้ว 1.28 แสนคน เบิกจ่ายเงินแล้ว 2.38 พันล้านบาท เป็นต้น

ด้านศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤติภัยแล้งปี 2558/2559 ระดับชาติ (ศก.กช.) รายงานสถานการณ์ ณ วันที่ 7 มีนาคม 2559 ว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ 481 แห่ง มีปริมาตรน้ำใช้การได้ 1.43 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 28% ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 อ่าง ได้แก่เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ และป่าสักฯ มีปริมาตรน้ำใช้การได้รวม 2.83 พันล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 16% ปริมาตรน้ำระบายรวม 17.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,138 วันที่ 10 - 12 มีนาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline