
มิตซูบิชิลั่นเพิ่มแชร์เป็น 9 % ชูไทรทันใหม่เพิ่มออฟชั่นหรู
มิตซูบิชิตั้งเป้าปีนี้ขอเพิ่มแชร์จาก 8% เป็น 9% ปรับนโยบายใหม่ ราคาเดียวกันทุกโชว์รูม ชี้ผลดีเพียบ ไฟแนนซ์อนุมัติง่าย-ราคามือสองดี พร้อมปรับไลน์รถกระบะใหม่ ลดจาก 23 รุ่น เหลือ16 รุ่น เพิ่มความหรูหรา แอ่นอกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น 2% แทนลูกค้า
[caption id="attachment_36543" align="aligncenter" width="348"]
โมะริคาซุ ชกคิ
กรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]
นายโมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2559 นี้ น่าจะมีสภาวะใกล้เคียงกับที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงซบเซา ขณะที่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 70% แม้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเมกะโปรเจ็กต์ สนับสนุนเอสเอ็มอี แต่การแข่งขันก็มีสูงมาก สำหรับมิตซูบิชิ ตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งการตลาดจาก 8% เพิ่มเป็น 9% โดยผลิตภัณฑ์หลักยังคงเป็นรถกระบะ ออล นิว ไทรทัน ที่ต้องเติบโตในเซ็กเมนต์ที่ใหม่สุด รวมทั้ง รถพีพีวี ปาเจโร่ สปอร์ต ที่ได้การตอบรับจากผู้บริโภคอย่างมาก ส่วนมิราจและแอททราจ มีรุ่นลิมิเต็ดออกมา ทำให้ในเดือนมกราคม มิตซูบิชิ ทำยอดขายได้ 4,800 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.8% ส่วนในปี 2558 มียอดขายรวมที่ 59,546 คัน แบ่งออกเป็น กระบะไทรทัน 25,261 คัน พีพีวี ปาเจโร่ สปอร์ต 18,975 คัน อีโคคาร์ อย่าง แอททราจ 11,020 คัน และมิราจ 4,290 คัน
"ในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านราคาใหม่ ให้รถแต่ละรุ่นมีราคาเท่ากันทุกโชว์รูม เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ตใหม่ ในเดือนสิงหาคม ราคาขายส่งและราคาขายปลีกจะไม่แตกต่างกัน จึงไม่มีส่วนลดที่ทำให้ราคารถในแต่ละโชว์รูมแตกต่างกัน โดยดีลเลอร์ยังได้กำไรจากการขายรถ เมื่อไม่มีส่วนลดเงินสด ไฟแนนซ์ก็ปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งนโยบายนี้ทำให้ราคารถมือสองกระเตื้องขึ้นด้วย ซึ่งดีลเลอร์ชอบใจมาก ต่อมาใช้นโยบายราคาเดียวกันทุกโชว์รูมกับมิตซูบิชิมิราจในเดือนพฤศจิกายน และใช้กับแอททราจ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุด กับมิตซูบิชิ ไทรทัน นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดจำนวนรุ่นของไทรทันใหม่ จาก 23 รุ่น เหลือเพียง 16 รุ่น และแม้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะปรับภาษีรถกระบะจาก 3% เป็น 5% แต่บริษัทจะรับภาระที่เพิ่มขึ้นแทนการปรับราคา โดยหลายรุ่นมีการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งและความหรูหรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย 4 ก้านหุ้มหนัง กล้องมองหลัง ช่องไฟ 12 โวลต์อีกจุดที่ใต้คอนโซล รวมทั้งระบบไฟเบรกฉุกเฉิน"
นายชกคิ กล่าวต่อไปว่า มิตซูบิชิยังเตรียมแนะนำรถกระบะไทรทันใหม่ ดับเบิ้ลแค็บพลัส จีแอลเอส ลิมิตเต็ด (Double Cab Plus GLS-LTD) พร้อมชุดแต่งพิเศษ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 นี้ เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่เน้นการชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภค พร้อมด้วยความหรูหราและสะดวกสบายของห้องโดยสารอย่างรถยนต์นั่ง
"มิตซูบิชิ ไทรทันใหม่ ดับเบิ้ลแค็บพลัส จีแอลเอส ลิมิเต็ด มาพร้อมชุดแต่งพิเศษจากโรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ MIVEC CLEAN Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ที่ให้ความสมดุลของสมรรถนะและความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20% โดยความโดดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การเพิ่มออฟชั่นพิเศษและอุปกรณ์ตกแต่งภายนอก 3 รายการ ประกอบด้วย ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วฝาครอบโครเมียมใต้กันชนหน้า และบันไดข้างดีไซน์ใหม่ตกแต่งโครเมียมให้อารมณ์สปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น ในขณะที่ภายในมีการติดตั้งจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Roof Monitor) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีในรถกระบะช่วยสร้างความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังเพิ่มเบาะโดยสารด้านคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power Seat) ซึ่งปกติจะมีอยู่ในเฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น เน้นห้องโดยสารที่ให้ความกว้างขวางและสะดวกสบายอย่างรถยนต์นั่ง โดยผลิตจำนวนจำกัดและมี 3 สี ให้เลือกคือ สีขาว สีดำ และสีพิเศษฟ้า Impulse Blue โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 8.44 แสนบาท ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 8.89 แสนบาท ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.5 หมื่นบาท อีกทั้งยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์นาน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร และคูปองเช็กระยะฟรีค่าแรงในการบำรุงรักษารถนานสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,138 วันที่ 10 - 12 มีนาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_36543" align="aligncenter" width="348"]
กรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด[/caption]
นายโมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2559 นี้ น่าจะมีสภาวะใกล้เคียงกับที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงซบเซา ขณะที่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 70% แม้รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเมกะโปรเจ็กต์ สนับสนุนเอสเอ็มอี แต่การแข่งขันก็มีสูงมาก สำหรับมิตซูบิชิ ตั้งเป้าขยับส่วนแบ่งการตลาดจาก 8% เพิ่มเป็น 9% โดยผลิตภัณฑ์หลักยังคงเป็นรถกระบะ ออล นิว ไทรทัน ที่ต้องเติบโตในเซ็กเมนต์ที่ใหม่สุด รวมทั้ง รถพีพีวี ปาเจโร่ สปอร์ต ที่ได้การตอบรับจากผู้บริโภคอย่างมาก ส่วนมิราจและแอททราจ มีรุ่นลิมิเต็ดออกมา ทำให้ในเดือนมกราคม มิตซูบิชิ ทำยอดขายได้ 4,800 คัน ส่วนแบ่งตลาด 9.8% ส่วนในปี 2558 มียอดขายรวมที่ 59,546 คัน แบ่งออกเป็น กระบะไทรทัน 25,261 คัน พีพีวี ปาเจโร่ สปอร์ต 18,975 คัน อีโคคาร์ อย่าง แอททราจ 11,020 คัน และมิราจ 4,290 คัน
"ในช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านราคาใหม่ ให้รถแต่ละรุ่นมีราคาเท่ากันทุกโชว์รูม เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ตใหม่ ในเดือนสิงหาคม ราคาขายส่งและราคาขายปลีกจะไม่แตกต่างกัน จึงไม่มีส่วนลดที่ทำให้ราคารถในแต่ละโชว์รูมแตกต่างกัน โดยดีลเลอร์ยังได้กำไรจากการขายรถ เมื่อไม่มีส่วนลดเงินสด ไฟแนนซ์ก็ปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งนโยบายนี้ทำให้ราคารถมือสองกระเตื้องขึ้นด้วย ซึ่งดีลเลอร์ชอบใจมาก ต่อมาใช้นโยบายราคาเดียวกันทุกโชว์รูมกับมิตซูบิชิมิราจในเดือนพฤศจิกายน และใช้กับแอททราจ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และล่าสุด กับมิตซูบิชิ ไทรทัน นอกจากนี้ ยังได้ปรับลดจำนวนรุ่นของไทรทันใหม่ จาก 23 รุ่น เหลือเพียง 16 รุ่น และแม้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะปรับภาษีรถกระบะจาก 3% เป็น 5% แต่บริษัทจะรับภาระที่เพิ่มขึ้นแทนการปรับราคา โดยหลายรุ่นมีการเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งและความหรูหรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย 4 ก้านหุ้มหนัง กล้องมองหลัง ช่องไฟ 12 โวลต์อีกจุดที่ใต้คอนโซล รวมทั้งระบบไฟเบรกฉุกเฉิน"
นายชกคิ กล่าวต่อไปว่า มิตซูบิชิยังเตรียมแนะนำรถกระบะไทรทันใหม่ ดับเบิ้ลแค็บพลัส จีแอลเอส ลิมิตเต็ด (Double Cab Plus GLS-LTD) พร้อมชุดแต่งพิเศษ ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน 2559 นี้ เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่เน้นการชูจุดเด่นเรื่องความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภค พร้อมด้วยความหรูหราและสะดวกสบายของห้องโดยสารอย่างรถยนต์นั่ง
"มิตซูบิชิ ไทรทันใหม่ ดับเบิ้ลแค็บพลัส จีแอลเอส ลิมิเต็ด มาพร้อมชุดแต่งพิเศษจากโรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ MIVEC CLEAN Diesel ขนาด 2.4 ลิตร ที่ให้ความสมดุลของสมรรถนะและความสามารถในการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20% โดยความโดดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่การเพิ่มออฟชั่นพิเศษและอุปกรณ์ตกแต่งภายนอก 3 รายการ ประกอบด้วย ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วฝาครอบโครเมียมใต้กันชนหน้า และบันไดข้างดีไซน์ใหม่ตกแต่งโครเมียมให้อารมณ์สปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น ในขณะที่ภายในมีการติดตั้งจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Roof Monitor) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีในรถกระบะช่วยสร้างความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ ยังเพิ่มเบาะโดยสารด้านคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power Seat) ซึ่งปกติจะมีอยู่ในเฉพาะรุ่น GLS-LTD ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น เน้นห้องโดยสารที่ให้ความกว้างขวางและสะดวกสบายอย่างรถยนต์นั่ง โดยผลิตจำนวนจำกัดและมี 3 สี ให้เลือกคือ สีขาว สีดำ และสีพิเศษฟ้า Impulse Blue โดยตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 8.44 แสนบาท ในรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 8.89 แสนบาท ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ หรือเพิ่มขึ้นจากเดิม 3.5 หมื่นบาท อีกทั้งยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์นาน 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร และคูปองเช็กระยะฟรีค่าแรงในการบำรุงรักษารถนานสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,138 วันที่ 10 - 12 มีนาคม พ.ศ. 2559






