
รับมือระบบเศรษฐกิจใหม่ นักเลือกตั้งต้องคำนึง
ไทยต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่ เหมือนที่จีนกำลังทำ โดยเฉพาะการสร้างดิจิตอลแพลตฟอร์มมาช่วย ทำให้เกิดดิจิตอลอีโคโนมี เกิดสตาร์ตอัพใหม่ๆจำนวนมาก ภาคการเกษตร และสตาร์ตอัพ ต้องนำดิจิตอล และอี-คอมเมิร์ซเข้ามาช่วยเหมือนเยอรมนีที่เป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ การค้า และการส่งออก สู่ GLOBAL BRAND แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องเชื่อมโยงทั้งหมดให้ได้ ทั้งระบบโลจิสติกส์ ขนส่ง ซัพพลายเชน ต้องลงทุนขนานใหญ่ ระบบรถไฟเชื่อมตั้งแต่จ.ชลบุรีถึงจ.สุราษฎร์ธานี นำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้าง
[caption id="attachment_357698" align="aligncenter" width="335"]
ด้านการต่างประเทศต้องวางยุทธศาสตร์เข้าไปอยู่ในจุดเชื่อมโยง 3 เสาหลักของจีน มาเก๊า ฮ่องกง กวางตุ้ง ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและภาคการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน รวมทั้งเกาะเกี่ยวไปกับญี่ปุ่นที่จะใช้ไทยเป็นฐานพัฒนาระบบการผลิตของญี่ปุ่นให้เข้าสู่ระบบดิจิตอล จึงต้องเตรียมการรองรับไม่ให้ตกขบวนและรองรับความเสี่ยงใหม่ๆที่มาจากต่างประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไทยเดินทางมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ของการปรับเปลี่ยนประเทศ อันเนื่องมาจากกระแสโลก โดยเฉพาะคลื่นดิจิตอลที่ส่งผลกระทบอย่างสำคัญและหลายภาคส่วนปรับตัวตามไม่ทัน ที่สำคัญปีหน้าจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ได้รัฐบาลใหม่ โจทย์ใหญ่ที่ต้องฝ่าฟันให้ได้อยู่ที่การปรับตัวรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งนักเลือกตั้ง นักการเมือง ผู้กำหนดนโยบายทิศทางประเทศ ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก กำหนดทิศทางปรับตัวประชาชนให้พร้อมรับมหันตภัยใหญ่ให้ได้
บทบรรณาธิการฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3424 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 6-8 ธ.ค.2561






