thansettakij
thansettakij
ไอ.ซี.ซี.ฯทุ่ม20ล้านผุดร้านบิวตี้สเตชัน10สาขา

ไอ.ซี.ซี.ฯทุ่ม20ล้านผุดร้านบิวตี้สเตชัน10สาขา

07 มี.ค. 59 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 มี.ค. 59 | 10:22 น.
ไอ.ซี.ซี. ปั้นร้าน “บิวตี้ สเตชั่น” ลุยตลาดเครื่องสำอางแสนล้าน ชูคอนเซ็ปต์แบรนด์ไทยระดับพรีเมียม ขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติ เดินหน้าทุ่มงบ 20 ล้านขยายเพิ่มอีก 10 สาขาใหม่ ก่อนทะยานปักธงประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน

นางบุษบง มิ่งขวัญยืน ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายเครื่องสำอางและน้ำหอม บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ในเครือสหพัฒน์ อาทิ แบนด์ลาคอส (Lacoste) วาโก้ (wacoal) บีเอสซี (BSC) เป็นต้น เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงการดำเนินธุรกิจกลุ่มเครื่องสำอางและน้ำหอมในปีนี้ ว่า ได้เตรียมงบประมาณ 20 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาและปรับปรุงร้านบิวตี้ สเตชั่น (Beauty Station) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของบริษัทและเครือสหพัฒน์ ภายใต้แนวคิดศูนย์รวม “ไทยพรีเมี่ยมคอสเมติก”

“แนวคิดการขยายสาขาในรูปแบบร้านบิวตี้ สเตชั่น เกิดจากความต้องการตอบโจทย์ พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งชอบเดินเล่นในศูนย์การค้าหรือไลฟ์สไตล์มอลล์ ประกอบกับต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ รวมถึงชาวต่างชาติ จึงได้นำแบรนด์เครื่องสำอางของบริษัทมารวมไว้ในร้านเดียว และนำแบรนด์สินค้าบริษัทในเครือสหพัฒน์เข้ามารวมไว้ด้วย อาทิ เคเอ็มเอ มิสทีน ซึ่งในร้านจะมีเฉพาะสินค้าแบรนด์ไทยเท่านั้น จะไม่มีแบรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล เพราะวางคอนเซ็ปต์ไว้เป็นศูนย์รวมเครื่องสำอางไทยระดับพรีเมียม”

ปัจจุบันร้านบิวตี้ สเตชั่นมี 4 สาขา ได้แก่ สาขาเทอร์มินอล 21 จังหวัดระยองและจังหวัดขอนแก่น และนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งในปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มอีก 10 แห่งในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันเตรียมปรับเปลี่ยนร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางรูปแบบเดิม “Total Beauty” อีก 3 สาขา ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ อุดรธานี และศรีนครินทร์เป็นร้านรูปแบบใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ด้วย ซึ่งการปรับสาขาเป็นรูปแบบใหม่ ช่วยสร้างยอดขายให้เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40% จากยอดขายปกติ

สำหรับยอดขายกลุ่มเครื่องสำอางคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปกติที่เติบโต 3-5% เท่านั้น เนื่องจากขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น และมีการบริหารการจำหน่ายสินค้าที่เหมาะสมในแต่ละสาขา ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ประกอบกับปัจจุบันเครื่องสำอางเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้หญิง ที่ต้องซื้อสินค้าใช้มากกว่า 1 ชิ้น และตลาดเครื่องสำอางมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทเติบโตต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 10% ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหากำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าการแข่งขันรุนแรงต่อเนื่องก็ตาม

“ปีนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดและขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน เช่น ช่องทางออนไลน์ ช่องทางโฮมช็อปปิ้ง เป็นต้น และปีนี้เพิ่มงบประมาณการทำตลาดกับช่องทางดิจิตอลมากขึ้นเป็น 30% โดยลดการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ลง รวมถึงการบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ การดูแลค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างผลประกอบการให้เติบโต ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง”

นางบุษบา กล่าวอีกว่า นอกจากการทำตลาดภายในประเทศ ยังอยู่ระหว่างการขยายสาขาร้านบิวตี้ สเตชั่นออกไปในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย เนื่องจากเครือสหพัฒน์มีสินค้าเข้าไปทำตลาดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศแล้ว ทั้งเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา โดยมีบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาและวางแผน และในอนาคตจะขยายสาขาต่อไปยังประเทศสิงคโปร์ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,137 วันที่ 6 - 9 มีนาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline