
สัญญาณดิสรัปชัน อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย
ขณะที่อีกปัจจัยสำคัญและจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์ในระยะยาว เนื่องจากตลาดโลกหันไปให้ความนิยมรถอีโคคาร์ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถอเนกประสงค์ (PPV) รุ่นใหม่ ๆ ซึ่งไทยยังมีการส่งออกค่อนข้างน้อย
สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle-BEV) และรถยนต์ ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle-PHEV) ตั้งแต่ปี 2553-2560 มียอดขายรวมประมาณ 3 ล้านคัน
[caption id="attachment_355112" align="aligncenter" width="335"]
ที่น่าสนใจคือ ในปี 2560 ปีเดียวมียอดขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากว่า 1.15 ล้านคัน แบ่งเป็น จีน 5.8 แสนคัน ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป 3 แสนคัน และสหรัฐอเมริกา 2 แสนคัน โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2573 หรือ 12 ปีข้างหน้ายอดขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะเติบโตขึ้น 28% และ 55% ในปี 2583
นอกจากนี้รัฐบาลในหลายประเทศยังได้จัดทำแผนส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าออกมาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น สหภาพยุโรป ที่ตั้งเป้าใช้รถยนต์ EV และ PHEV 100% ในปี 2573-2583 ขณะที่จีนตั้งเป้าใช้รถ EV และ PHEV มากกว่า 40% ในปี 2573 ส่วนญี่ปุ่นตั้งเป้าใช้รถยนต์ EV และ PHEV 20-30%ในปี 2573
ดังนั้นประเทศไทย ซึ่งมีรายได้จากการส่งออกรถยนต์เกือบ 12% ของมูลค่าการส่งออกโดยรวม นอกจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่รัฐบาลกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วเราคงต้องหันมาให้ความสำคัญกับแผนการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้หลุดพ้นจากกระแสดิจิตอลดิสรัปชัน
|บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3422 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-1ธ.ค.2561






