
จากสถาปนิกสู่นักดีไซน์ประสบการณ์ พัฒนา Health at Home สร้างประโยชน์ผู้ใช้
ในโลกของอาชีพ UX/UI ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ สำหรับคนไทย แต่มันคือความท้าทายของคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจ และต้องการพัฒนา UX/UI ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างแท้จริง “โอเจ - นภัส กิติรัตน์ตระการ” คือคนรุ่นใหม่ที่ได้คนพบว่า UX Design หรือ User Experience Design เป็นศาสตร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างงานของเธออย่างมาก และเมื่อนำมาต่อยอดผสมผสานกับงานของ Health at Home แอพพลิเคชันที่สร้าง Home care solution ให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยสามารถพักฟื้นที่บ้านได้ ยิ่งทำให้ทุกอย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น
“โอเจ” เล่าว่า หลังเรียนจบจากสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคอินเตอร์ (INDA CU) ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เธอได้ทำงานตามสายวิชาชีพ แต่สุดท้ายงานดีไซน์แบบบ้าน กลับไม่ตอบโจทย์ความคิดของเธอ เพราะการออกแบบบ้านต้องทำตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย แต่ในความเป็นจริงสถาปนิกต้องทำตามเจ้าของโครงการ และกว่าจะรู้ว่าตึกหลังนั้นตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยจริงหรือเปล่า ก็ต้องเสียทั้งต้นทุนและเสียเวลาการก่อสร้าง 2-3 ปี และข้อเสียคือ ถ้ามันไม่ตอบโจทย์การจะแก้ไขก็ทำได้ยาก หรือบางครั้งทำไม่ได้เลย
เมื่องานแรกไม่ตอบโจทย์ “โอเจ” จึงเลือกไปทำงานที่ 2 เป็น Strategic Planner ทำหน้าที่วางกลยุทธ์แบรนด์ที่แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) แต่เมื่อลองทำแล้วก็รู้สึกอีกครั้งว่า ตัวเองไม่เชื่อในสิ่งที่ต้องสื่อสารออกไปถึงลูกค้า เธอจึงออกมามองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ของตัวเองจริงๆ จนได้มีโอกาสไปเรียนรู้เรื่องของ UX/UI จากคนที่ทำงานเกี่ยวกับ Design Thinking และได้เข้าสู่คอมมิวนิตีของ UX ได้รับคำแนะนำให้ลองศึกษา จนได้ลงเรียนคอร์สออนไลน์ หาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติม
“UX มันเป็นตรงกลางระหว่างธุรกิจ และเทค และงานออกแบบ ซึ่งดีไซน์เรามีตั้งแต่ตอนเรียนสถาปัตย์ ธุรกิจเราก็สนใจ มันสนุกดี น่าสนใจ เทคก็เป็นเรื่องใหม่ เมื่อ 3 อย่างมาบวกกัน มันทำให้ทุกอย่างหมุนเร็ว มันเป็นซอฟต์แวร์ ซึ่งเปลี่ยนได้เร็ว และรู้ผลเร็ว”
UX เป็นการออกแบบประสบการณ์การใช้งาน ให้คนใช้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และโชคดีที่ “โอเจ” ได้ค้นพบงานที่ตรงกับใจที่ Health at Home โดยเธอได้เข้ามารับผิดชอบงานในส่วนของ Product Experiecne Manager ตำแหน่งงานนี้ถ้าแปลเป็นภาษาไทยสั้นๆ คงลำบากสักนิด เพราะโดยหน้าที่ของผู้หญิงเก่งคนนี้ ไม่ใช่แค่การทำงานออกแบบหน้าจอแอพพลิเคชัน หรือทำให้แต่ละปุ่มบนแอพสามารถทำงานได้ง่าย สิ่งที่คนในตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบ คือ การมองภาพใหญ่ ที่ต้องทำให้คนใช้มีประสบการณ์ที่ดี เทคเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การออกแบบให้เทคใช้งานง่ายก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ
“เรามีหน้าที่ทำอะไรให้มีคุณค่ากับคนใช้มากที่สุด ก่อนที่จะทำอะไร โอเจต้องไปคุยกับคนใช้ให้มากที่สุด เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของเขา เราคุยขั้นแรกเพื่อเทสต์ว่า สิ่งที่เราคิดจะทำมันตอบโจทย์คนใช้ไหม ถ้าไม่ตอบโจทย์ แสดงว่าเราแก้ปัญหาผิดเราก็ต้องลองหาดูใหม่ เมื่อใช่ เราก็นำมาทำเป็น prototype หรือแบบทดลอง ถ้าทำออกมาแล้วไม่ใช่ เราก็ต้องไปศึกษาดูใหม่ว่า จะดีไซน์ให้มันออกมาเป็นอย่างไร และต้องทำให้คนใช้งานได้ง่าย ถ้าเขาใช้ยาก สิ่งที่มีคุณค่าก็ไปไม่ถึงเขาอยู่ดี เช่น เรามีผู้ดูแลที่ดีสุด แต่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้ามาจองผ่าน Health at Home ได้หรือเข้ามาจองได้ยาก นั่นก็คือ มันไปไม่ถึงผู้ใช้”
สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ออกแบบมา หากจะพูดให้พอจับต้องได้ ก็คือหน้าเพจที่ตอบสนองผู้ใช้ในหมวดต่างๆ ซึ่งหลักๆ มี 4 หมวด คือ 1. หน้าแอดมิน ที่เอาไว้จัดตารางเวลาของผู้ดูแล และผู้ป่วย 2. แอพพลิเคชันรับส่งงาน 3. Care Tool ข้อมูลของคนไข้ ซึ่งส่วนนี้จะมีทั้งผู้ดูแล เจ้าของคนไข้ แพทย์ และพยาบาล ซึ่งแต่ละคนจะเข้ามาใช้ข้อมูลที่ต่างกัน และ 4. หน้าเพจการจองคนดูแลของลูกค้า
ทั้ง 4 หมวดของการออกแบบ จะต้องปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สนองตอบการใช้งานของผู้ใช้ให้มากที่สุด สะดวกที่สุดและเข้าถึงง่ายที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานจริง เพราะฉะนั้น นั่นออกแบบอย่าง “โอเจ” จึงต้องหาข้อมูลใหม่ๆ มาปรับปรุงงานของเธออยู่เรื่อยๆ หรือถ้าจะบอกว่า ตลอดเวลา ก็คงไม่ผิดนัก
“โอเจ” บอกว่า ทักษะของคนที่จะเข้ามาทำงานในหน้าที่ตรงนี้ได้ หรือเป็น UX ที่ดีได้ เธอไม่แน่ใจว่า มันจะเรียกว่าทักษะได้หรือเปล่า เพราะมันคือ ความพยายามในการเข้าใจคนอื่น การเข้าถึงความคิด ความรู้สึก และต้องมีความรู้สึกใจเขาใจเรา นำมาผนวกเข้ากับงานวิจัย (Research) ซึ่งวิธีคุยเพื่อทำวิจัย คือ การอ่านให้ออกว่า คนตอบคำถามแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร ซึ่งมันไม่ง่ายนัก และเธอก็ยอมรับว่า ยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็พร้อมเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด มีประโยชน์ที่สุดกับผู้ใช้งาน
เป้าหมายของหญิงเก่งคนนี้ คือ “ความสามารถในการออกแบบ ตั้งแต่ตัวโปรดักต์ที่มีคุณค่า ไปถึงวิธีการใช้งาน ให้ตอบสนองกับผู้ใช้งานได้ประโยชน์จริงๆ” และจากงานที่เธอรับผิดชอบ มันนอกเหนือจากตำราที่รํ่าเรียนมาเยอะมาก ประสบการณ์และการเรียนรู้หน้างาน คือ สิ่งที่ “โอเจ” บอกว่าเป็นประโยชน์มาก และยังสนุกกับความท้าทายใหม่ๆ ที่มีเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเธอสามารถเรียนรู้บทเรียนนอกตำราที่เป็นประโยชน์มากมายอย่างไม่รู้จบเลยทีเดียว
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3422 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561
“โอเจ” เล่าว่า หลังเรียนจบจากสถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภาคอินเตอร์ (INDA CU) ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เธอได้ทำงานตามสายวิชาชีพ แต่สุดท้ายงานดีไซน์แบบบ้าน กลับไม่ตอบโจทย์ความคิดของเธอ เพราะการออกแบบบ้านต้องทำตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย แต่ในความเป็นจริงสถาปนิกต้องทำตามเจ้าของโครงการ และกว่าจะรู้ว่าตึกหลังนั้นตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยจริงหรือเปล่า ก็ต้องเสียทั้งต้นทุนและเสียเวลาการก่อสร้าง 2-3 ปี และข้อเสียคือ ถ้ามันไม่ตอบโจทย์การจะแก้ไขก็ทำได้ยาก หรือบางครั้งทำไม่ได้เลย
เมื่องานแรกไม่ตอบโจทย์ “โอเจ” จึงเลือกไปทำงานที่ 2 เป็น Strategic Planner ทำหน้าที่วางกลยุทธ์แบรนด์ที่แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป (ประเทศไทย) แต่เมื่อลองทำแล้วก็รู้สึกอีกครั้งว่า ตัวเองไม่เชื่อในสิ่งที่ต้องสื่อสารออกไปถึงลูกค้า เธอจึงออกมามองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ของตัวเองจริงๆ จนได้มีโอกาสไปเรียนรู้เรื่องของ UX/UI จากคนที่ทำงานเกี่ยวกับ Design Thinking และได้เข้าสู่คอมมิวนิตีของ UX ได้รับคำแนะนำให้ลองศึกษา จนได้ลงเรียนคอร์สออนไลน์ หาหนังสือมาอ่านเพิ่มเติม
“UX มันเป็นตรงกลางระหว่างธุรกิจ และเทค และงานออกแบบ ซึ่งดีไซน์เรามีตั้งแต่ตอนเรียนสถาปัตย์ ธุรกิจเราก็สนใจ มันสนุกดี น่าสนใจ เทคก็เป็นเรื่องใหม่ เมื่อ 3 อย่างมาบวกกัน มันทำให้ทุกอย่างหมุนเร็ว มันเป็นซอฟต์แวร์ ซึ่งเปลี่ยนได้เร็ว และรู้ผลเร็ว”
UX เป็นการออกแบบประสบการณ์การใช้งาน ให้คนใช้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และโชคดีที่ “โอเจ” ได้ค้นพบงานที่ตรงกับใจที่ Health at Home โดยเธอได้เข้ามารับผิดชอบงานในส่วนของ Product Experiecne Manager ตำแหน่งงานนี้ถ้าแปลเป็นภาษาไทยสั้นๆ คงลำบากสักนิด เพราะโดยหน้าที่ของผู้หญิงเก่งคนนี้ ไม่ใช่แค่การทำงานออกแบบหน้าจอแอพพลิเคชัน หรือทำให้แต่ละปุ่มบนแอพสามารถทำงานได้ง่าย สิ่งที่คนในตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบ คือ การมองภาพใหญ่ ที่ต้องทำให้คนใช้มีประสบการณ์ที่ดี เทคเป็นแค่ส่วนหนึ่ง การออกแบบให้เทคใช้งานง่ายก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ
“เรามีหน้าที่ทำอะไรให้มีคุณค่ากับคนใช้มากที่สุด ก่อนที่จะทำอะไร โอเจต้องไปคุยกับคนใช้ให้มากที่สุด เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของเขา เราคุยขั้นแรกเพื่อเทสต์ว่า สิ่งที่เราคิดจะทำมันตอบโจทย์คนใช้ไหม ถ้าไม่ตอบโจทย์ แสดงว่าเราแก้ปัญหาผิดเราก็ต้องลองหาดูใหม่ เมื่อใช่ เราก็นำมาทำเป็น prototype หรือแบบทดลอง ถ้าทำออกมาแล้วไม่ใช่ เราก็ต้องไปศึกษาดูใหม่ว่า จะดีไซน์ให้มันออกมาเป็นอย่างไร และต้องทำให้คนใช้งานได้ง่าย ถ้าเขาใช้ยาก สิ่งที่มีคุณค่าก็ไปไม่ถึงเขาอยู่ดี เช่น เรามีผู้ดูแลที่ดีสุด แต่ผู้ใช้ไม่สามารถเข้ามาจองผ่าน Health at Home ได้หรือเข้ามาจองได้ยาก นั่นก็คือ มันไปไม่ถึงผู้ใช้”
สิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ออกแบบมา หากจะพูดให้พอจับต้องได้ ก็คือหน้าเพจที่ตอบสนองผู้ใช้ในหมวดต่างๆ ซึ่งหลักๆ มี 4 หมวด คือ 1. หน้าแอดมิน ที่เอาไว้จัดตารางเวลาของผู้ดูแล และผู้ป่วย 2. แอพพลิเคชันรับส่งงาน 3. Care Tool ข้อมูลของคนไข้ ซึ่งส่วนนี้จะมีทั้งผู้ดูแล เจ้าของคนไข้ แพทย์ และพยาบาล ซึ่งแต่ละคนจะเข้ามาใช้ข้อมูลที่ต่างกัน และ 4. หน้าเพจการจองคนดูแลของลูกค้า
ทั้ง 4 หมวดของการออกแบบ จะต้องปรับปรุงอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สนองตอบการใช้งานของผู้ใช้ให้มากที่สุด สะดวกที่สุดและเข้าถึงง่ายที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานจริง เพราะฉะนั้น นั่นออกแบบอย่าง “โอเจ” จึงต้องหาข้อมูลใหม่ๆ มาปรับปรุงงานของเธออยู่เรื่อยๆ หรือถ้าจะบอกว่า ตลอดเวลา ก็คงไม่ผิดนัก
“โอเจ” บอกว่า ทักษะของคนที่จะเข้ามาทำงานในหน้าที่ตรงนี้ได้ หรือเป็น UX ที่ดีได้ เธอไม่แน่ใจว่า มันจะเรียกว่าทักษะได้หรือเปล่า เพราะมันคือ ความพยายามในการเข้าใจคนอื่น การเข้าถึงความคิด ความรู้สึก และต้องมีความรู้สึกใจเขาใจเรา นำมาผนวกเข้ากับงานวิจัย (Research) ซึ่งวิธีคุยเพื่อทำวิจัย คือ การอ่านให้ออกว่า คนตอบคำถามแบบนี้ หมายความว่าอย่างไร ซึ่งมันไม่ง่ายนัก และเธอก็ยอมรับว่า ยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็พร้อมเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไขไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด มีประโยชน์ที่สุดกับผู้ใช้งาน
เป้าหมายของหญิงเก่งคนนี้ คือ “ความสามารถในการออกแบบ ตั้งแต่ตัวโปรดักต์ที่มีคุณค่า ไปถึงวิธีการใช้งาน ให้ตอบสนองกับผู้ใช้งานได้ประโยชน์จริงๆ” และจากงานที่เธอรับผิดชอบ มันนอกเหนือจากตำราที่รํ่าเรียนมาเยอะมาก ประสบการณ์และการเรียนรู้หน้างาน คือ สิ่งที่ “โอเจ” บอกว่าเป็นประโยชน์มาก และยังสนุกกับความท้าทายใหม่ๆ ที่มีเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเธอสามารถเรียนรู้บทเรียนนอกตำราที่เป็นประโยชน์มากมายอย่างไม่รู้จบเลยทีเดียว
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3422 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2561






