
รัฐต้องคำนึงวินัยการคลัง
งบประมาณร่วม 1 แสนล้านในการอนุมัติ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อันประกอบไปด้วย การเพิ่มการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14.5 ล้านคน วงเงิน 38,730 ล้านบาท โดยแจกเงินตรง 500 บาท เป็นของขวัญปีใหม่ ช่วยเหลือค่านํ้าประปา-ไฟฟ้า เป็นเวลา 10 เดือน (ธ.ค.61-ก.ย.62) โดยโอนเงินค่าไฟฟ้าให้เดือนละ 230 บาทต่อครัวเรือน และค่านํ้าประปาเดือนละ 100 บาทต่อครัวเรือน ช่วยเหลือค่าเช่าบ้านอีกเดือนละ 400 บาทต่อคน เป็นเวลา 10 เดือน ช่วยเหลือค่าเดินทางรักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คนละ 1,000 บาท ในปี 2562
ถัดมาเป็นการเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) รวมกับเบี้ยหวัดบำนาญเป็นเดือนละ 10,000 บาท และขยายเพดานวงเงินบำเหน็จดำรงชีพของผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เพิ่มอีก 100,000 บาท
[caption id="attachment_352527" align="aligncenter" width="335"]
ในแพ็กเกจเดียวกันยังแถมพ่วงโครงการ“บ้านล้านหลัง” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท ด้วยการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อย วงเงิน 50,000 ล้านบาท และสินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย วงเงิน 10,000 ล้านบาท และกลางเดือนธันวาคมนี้ เตรียมอนุมัติมาตรการเพิ่มเติม กระตุ้นการใช้จ่ายให้ถึงผู้มีรายได้ระดับปานกลาง โดยอาจใช้สิทธิภาษีมาลดหย่อนให้ เหมือนกับโครงการช็อปช่วยชาติ ที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าจะไม่ใช้อีกตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
การใช้งบประมาณหรือนโยบายเศรษฐกิจการคลัง รัฐพึงต้องระมัดระวัง ประเมินปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ การเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามฉุกเฉินจำเป็น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องประเมินเหนือสิ่งอื่นใด มากไปกว่าความหน้ามืดเพื่อหวังคะแนนเสียง
| บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 6 ฉบับ 3421 ระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.2561






