
ทางออกนอกตำรา : ทำไม 'ประยุทธ์นิยม' ซื้อใจขรก.เกษียณ
แต่ดูเหมือนคนในสังคมกลับเห็นไปในทำนองเดียวกันว่าเป็นนโยบาย “ประยุทธ์นิยม” แจกแหลกข่ม “ประชานิยม ยุคทักษิณ” ไปมิดด้าม
ในเรื่องผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคนนั้น ไม่มีใครวิพากษ์มากนัก เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนให้ลืมตาอ้าปาก
ในเรื่องการปล่อยกู้ดอกเบี้ยตํ่าของ ธนาคารอาคารสงเคราะห์บ้านหลังละล้านนั้น แม้จะถูกจัดไปในแพ็กเกจแต่ในทางปฏิบัติแล้วถือเป็นการล้วงเงินจากกระเป๋าผู้ซื้อออกมาผ่อนชำระ เพียงแต่จะได้ดอกเบี้ยในราคาตํ่ากว่าปกติ ผ่อนยาวนานกว่าปกติ แต่ “ผู้ซื้อต้องควักเงิน”
ผมขออนุญาตพาไปดูหลักการ เหตุผล และที่เหลืออยากให้ประชาชน ผู้อ่านตัดสินใจเอาก็แล้วกัน...
เรื่องนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังในการแก้ไขร่างกฎหมายนี้ โดยกรมบัญชีกลางให้เหตุผลว่า เพื่อให้ผู้รับบำนาญสามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
จึงเสนอให้ช่วยเหลือข้าราชการบำนาญกว่า 2 แสนคน รับเงินเพิ่มขึ้นรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านบาท
กฎหมายที่แก้ไขมี 3 ฉบับ 1.ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. …
2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
3.ร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
ร่างกฎหมาย 3 ฉบับที่แก้ไขนั้นจะทำให้ปรับเพิ่มเงินให้ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญซึ่งได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ รวมกันทุกประเภท และรวมเงิน ช.ค.บ. แล้ว ยังตํ่ากว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นเมื่อรวมกับเบี้ยหวัดบำนาญแล้ว ข้าราชการเกษียณแต่ละคนจะได้รับเงินเดือนละ1 หมื่นบาท
ประการต่อมา ได้ขยายเพดานของวงเงินบำเหน็จดำรงชีพให้แก่ผู้รับบำนาญซึ่งมีอายุตั้งแต่ 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยให้เพิ่มอีก 1 แสนบาท จากเดิมที่ให้ขอรับได้ในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับ แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท
ของใหม่ให้ขอรับได้ในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือนที่ได้รับ แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท
หากผู้รับบำนาญเคยขอรับบำเหน็จดำรงชีพไปบางส่วนแล้ว ให้สามารถขอรับได้ไม่เกินจำนวนเงินที่ยังไม่ครบตามสิทธิ์ แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน5 แสนบาท
ปรากฏว่า มีข้าราชการบำนาญที่ได้สิทธิ์ในกลุ่มนี้ 1.59 แสนคน มีการประเมินว่า น่าจะต้องใช้เงินงบประมาณเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
[caption id="attachment_352527" align="aligncenter" width="335"]
มติครม.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งนี้จึงนับเป็นครั้งที่ 3 ที่มีการจ่ายข้าราชการบำนาญที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป อีกคนละไม่เกิน 1 แสนบาท
มติครม.ชุดนี้จะบังเกิดผลทันที เมื่อกฎกระทรวงประกาศใช้ใน 60 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คนเขาตั้งคำถามตัวโตกันว่า ทำไมรัฐบาลลุงตู่จึงกระโจนเข้าไปดูแลข้าราชการบำนาญที่มีอยู่กว่า 7 แสนคน ซึ่งปัจจุบันข้าราชการเหล่านี้มีการใช้สิทธิ์นำบำเหน็จตกทอด 30 เท่าของเงินเดือน มาใช้เป็นบำเหน็จดำรงชีพอยู่ประมาณ 5.27หมื่นคน
ข้าราชการเหล่านี้ มีประสิทธิภาพในการทำงานอะไรจึงได้รับเงินก้อนโตไปจากรัฐบาล
เพราะประชาชนทั่วไป บรรดาลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวอย่าว่าแต่เงินเดือนจะขึ้นให้ชนะเงินเฟ้อ 3-5% เลย แค่เงินเดือนจะขึ้น 2-3% ก็ทำงานกันหนักหน่วงแทบตาย
แต่นี่ขึ้นให้ 25% แสดงว่าความดีความชอบต้องใหญ่หลวงนัก ใช่มั้ยครับลุงตู่
คนอื่นอาจจะจำไม่ได้ แต่ผมจำแม่น รัฐบาลลุงตู่มิได้เอาใจข้าราชการครั้งนี้ครั้งแรก หากแต่ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ซึ่งเป็นการประชุมนัดสุดท้ายของปี
ครั้งนั้น รัฐบาลใช้เงินจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นไป 5,139 ล้านบาท โดยให้เริ่มมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม2557 เป็นต้นไป
4 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ข้าราชการเกษียณร่วม 7 แสนคน ได้รับเงินกันอีกระลอก
ท่านคิดว่าเพราะอะไร...ส่วนผมนั้นขอบอกว่า ไม่รู้ งง มึน...อึ้ง...กับหลักคิดนี้จริงๆ
|คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา
| โดย : บากบั่น บุญเลิศ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3421 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.2561






