
อยู่กับปัจจุบัน : จับตา 'ทักษิณ' ถอดสลัก 'ระเบิด' เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ.!?
แม้ในท่ามกลางฝุ่นตลบของการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของนักการเมือง “ขั้ว-ฝ่าย” ต่างๆ รวมทั้งมีคำถามมากมายด้วยว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่? แต่ล่าสุดเมื่อกลางสัปดาห์ อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายืนยัน ว่า (ยัง) ไม่มีเหตุอะไร? ที่จะทำให้ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งจากที่กำหนด คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า
และ (ยัง) ยํ้าว่าอีกวันสองวันนี้ กกต.จะประกาศเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา ก็ต้องถือว่า ชัดเจน 99.99% แล้วว่าการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะถ้าเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ รับรองว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกเล่นงาน “จมธรณี” แน่!!!!
ซึ่งนาทีนี้ก็เชื่อว่า หลายๆ คนคงพอจะเดาได้ ว่าหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปแล้ว “รัฐบาลและคสช.” จะเสียหายอย่างไร?บ้าง
แต่คราวนี้ ดูเหมือนว่า ทาง “รัฐบาลและคสช.” จะรู้ดีว่าหากรัฐบาลใช้เหตุผลเดิมๆ อีก อาทิ เอาเรื่องความไม่สงบเรียบร้อยในประเทศเป็นข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก็จะถูก “รุม” ประณามแน่นอน ประเด็นเลื่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นเหตุผลอื่น?อย่างปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาของ กกต. หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นปัญหาที่มาจากพรรคการเมืองเอง...
[caption id="attachment_350890" align="aligncenter" width="335"]
ล่าสุด เมื่อ กกต.ยืนยันความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า เหตุผลเดียวที่จะทำให้ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิม จึงน่าจะมาจากพรรคการเมืองอย่างเป็นด้าน “หลัก” และในท่ามกลางฝุ่นตลบของการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของนักการเมือง “ขั้ว-ฝ่าย” ต่างๆ
เชื่อว่าหลายคนจะต้องเห็นตรงกันว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายที่ “แยกร่าง” ออกไปหลายสาขา ภายใต้ยุทธศาสตร์ “แยกกันเดินรวมกันตี” ซึ่งมี “ร่องรอย” ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคชัดเจนกว่าพรรคการเมืองอื่น? ในที่นี้จะขอโฟกัสไปที่พรรคเครือข่ายตระกูลชิน เนื่องจากมีการจัดแถว แบ่ง “เกรด” ชัดเจนที่สุด
ส่วนพรรคเครือข่ายอื่น?ไม่ว่าจะเป็นเพื่อธรรม เพื่อชาติ หรือพรรคอะไหล่อีกหลายพรรค กลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เหมือนถูกเบรกจาก “นายใหญ่-ดูไบ” หลังมีรายงานข่าวว่าพรรคอะไหล่เหล่านี้ จะแย่งฐานเสียงของ 2 พรรค (หลัก) คือ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และพรรคเพื่อไทย
ทั้งที่ยุทธศาสตร์ “แยกกันเดินรวมกันตี” มีสาเหตุมาจากกฎเกณฑ์ใหม่ กติกาใหม่ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 (ฉบับใหม่) ที่เชื่อว่าจะทำให้การเลือกตั้งคราวนี้จะไม่มีพรรคใดชนะแบบถล่มทลาย นั่นคือ จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก แต่คะแนนจะกระจายไปถึงพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กอีกหลายพรรค ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย...แพ้ในเขตเลือกตั้ง คะแนนก็จะถูกนำไปรวมเพื่อหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ!?!?
สุดท้ายก็ไม่พ้นมือ “นายใหญ่-ดูไบ” ให้เข้ามาเป็นกาวใจ “เคลียร์” พื้นที่และจัดแถวให้ลงตัวด้วยสูตร (ส.ส.แบ่งเขต) “250-100” ของ 2 พรรคหลัก“เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ” โดยถือเอา “จังหวะ” ช่วงที่นายใหญมีนัดหมายกับแพทย์ ที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อต้องการจะ“จัดทัพ” ให้เสร็จภายในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ (วันสุดท้ายในการสังกัดพรรค)...
ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนส่งผลกระทบไปถึงกำหนดวันเลือกตั้ง
| คอลัมน์ : อยู่กับปัจจุบัน
| โดย : พงษ์ศักดิ์ ศรีสด
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 14 ฉบับที่ 3,419 ประจำวันที่ 18 -21 พฤศจิกายน 2561






