
แมคโดนัลด์ชูสร้างแบรนด์ยั่งยืน ทุ่มกว่าพันล้านลงทุนขยายสาขา/บริการสวนเศรษฐกิจซบ
"แมคโดนัลด์" ย้ำนโยบายปี 2559 เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง พร้อมสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเติบโตแบบยั่งยืน เผยแผนเตรียมทุ่มงบลงทุนอีกว่า 1 พันล้านบาท ทั้งเพิ่มสาขาใหม่ 25 แห่ง จัดวางระบบไอที ล่าสุดส่ง McEasy Order ทดลองตลาด มั่นใจโดนใจเพราะสะดวก รวดเร็ว ตั้งเป้าสิ้นปีเติบโตอีกกว่า 10%
นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารร้านแมคโดนัลด์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า นโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะยังอยู่ในช่วงชะลอตัวและต้นทุนรวมสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายคงที่ก็ตามที ทั้งนี้เพราะต้นทุนต่างๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถลดทอนลงได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านบุคลากรที่ไม่สามารถปรับลดลง รวมถึงวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้คงคุณภาพและมาตรฐานที่กำหนด
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แม้แมคโดนัลด์จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เพราะเกิดขึ้นมากว่า 60 ปี และอยู่ในเมืองไทยมากว่า 30 ปี แต่เป้าหมายของบริษัทจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์แมคโดนัลด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีสาขารวมกว่า 3.6 หมื่นแห่งทั่วโลก มีลูกค้าใช้บริการ 69 ล้านคนต่อวันในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยพบว่าในปี 2558 มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 106 ล้านคน
สำหรับแผนลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทจะใช้งบลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท(ยังไม่รวมงบประมาณด้านการตลาด) แบ่งเป็น 800-900 ล้านบาท สำหรับการลงทุนขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 25 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบลงทุนราว 600 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ 17 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการลงทุนด้านอื่นๆ อาทิ ไอทีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ลงทุนไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทำให้บริการลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ในปี 2558 แมคโดนัลด์ขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 17 แห่งส่งผลให้มีสาขารวมทั้งสิ้น 223 แห่ง แต่ 1 เดือนเศษที่ผ่านมาพบว่า เรามีการขยายสาขาเร็วมากถึง 4 แห่ง ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะสามารถขยายสาขาได้ 25 แห่งตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ด้วยศักยภาพของแมคโดนัลด์เองสามารถขยายสาขาได้เพิ่มมากกว่านี้ แต่เพื่อบาลานซ์ธุรกิจ รวมถึงเรื่องของบุคลากรทำให้เชื่อว่าการขยายสาขาในสัดส่วนดังกล่าวเหมาะสมแล้ว"
อย่างไรก็ดีในปีที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านไอทีอย่างมาก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและดำเนินการได้เองอย่างมีประสิทธิภาพไม่ต้องรอเซ็นเตอร์ใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่ฮ่องกง ทำให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานไม่เสียเวลาและโอกาสในการขาย นอกจากนี้บริษัทยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในงานบริการเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยขณะนี้บริษัทเริ่มทดลองให้ลูกค้าสั่งอาหารได้เองผ่าน McEasy Order ซึ่งเป็นระบบ touch screen ในสาขาต่างๆ 11 แห่ง อาทิ สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ, เซ็นทรัล บางนา, โรบินสัน สุขุมวิท, สยามพารากอน เป็นต้น
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนขยายการให้บริการทั้งในรูปแบบไดร์ฟทรู ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการรวม 73 แห่ง โดยมีสาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชม. จำนวน 62 แห่ง และบริการดีลิเวอรี่ให้มากขึ้น หลังจากที่พบว่าทั้งสองรูปแบบมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 10% ขณะที่ธุรกิจอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ในปีที่ผ่านมายังไม่มีตัวเลขมูลค่าว่าเติบโตขึ้นเท่าใด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,136 วันที่ 3 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2559
นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้บริหารร้านแมคโดนัลด์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า นโยบายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ ยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะยังอยู่ในช่วงชะลอตัวและต้นทุนรวมสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายคงที่ก็ตามที ทั้งนี้เพราะต้นทุนต่างๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถลดทอนลงได้ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านบุคลากรที่ไม่สามารถปรับลดลง รวมถึงวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อให้คงคุณภาพและมาตรฐานที่กำหนด
นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แม้แมคโดนัลด์จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เพราะเกิดขึ้นมากว่า 60 ปี และอยู่ในเมืองไทยมากว่า 30 ปี แต่เป้าหมายของบริษัทจะมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์แมคโดนัลด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีสาขารวมกว่า 3.6 หมื่นแห่งทั่วโลก มีลูกค้าใช้บริการ 69 ล้านคนต่อวันในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยพบว่าในปี 2558 มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 106 ล้านคน
สำหรับแผนลงทุนของบริษัทในปีนี้ บริษัทจะใช้งบลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท(ยังไม่รวมงบประมาณด้านการตลาด) แบ่งเป็น 800-900 ล้านบาท สำหรับการลงทุนขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 25 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบลงทุนราว 600 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ 17 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการลงทุนด้านอื่นๆ อาทิ ไอทีเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ลงทุนไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทำให้บริการลูกค้าได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ในปี 2558 แมคโดนัลด์ขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 17 แห่งส่งผลให้มีสาขารวมทั้งสิ้น 223 แห่ง แต่ 1 เดือนเศษที่ผ่านมาพบว่า เรามีการขยายสาขาเร็วมากถึง 4 แห่ง ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะสามารถขยายสาขาได้ 25 แห่งตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทั้งนี้ด้วยศักยภาพของแมคโดนัลด์เองสามารถขยายสาขาได้เพิ่มมากกว่านี้ แต่เพื่อบาลานซ์ธุรกิจ รวมถึงเรื่องของบุคลากรทำให้เชื่อว่าการขยายสาขาในสัดส่วนดังกล่าวเหมาะสมแล้ว"
อย่างไรก็ดีในปีที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านไอทีอย่างมาก เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและดำเนินการได้เองอย่างมีประสิทธิภาพไม่ต้องรอเซ็นเตอร์ใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่ฮ่องกง ทำให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานไม่เสียเวลาและโอกาสในการขาย นอกจากนี้บริษัทยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในงานบริการเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยขณะนี้บริษัทเริ่มทดลองให้ลูกค้าสั่งอาหารได้เองผ่าน McEasy Order ซึ่งเป็นระบบ touch screen ในสาขาต่างๆ 11 แห่ง อาทิ สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ, เซ็นทรัล บางนา, โรบินสัน สุขุมวิท, สยามพารากอน เป็นต้น
ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนขยายการให้บริการทั้งในรูปแบบไดร์ฟทรู ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการรวม 73 แห่ง โดยมีสาขาที่เปิดให้บริการ 24 ชม. จำนวน 62 แห่ง และบริการดีลิเวอรี่ให้มากขึ้น หลังจากที่พบว่าทั้งสองรูปแบบมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 10% ขณะที่ธุรกิจอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ในปีที่ผ่านมายังไม่มีตัวเลขมูลค่าว่าเติบโตขึ้นเท่าใด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,136 วันที่ 3 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2559






