
รับมือเศรษฐกิจจีนตกตํ่า
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงอย่างหนักในรอบ 10 ปี อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่ยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีแผนเปิดการเจรจานอกรอบระหว่างการประชุม G20 แต่ถ้าการเจรจาล้มเหลว ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่
[caption id="attachment_341955" align="aligncenter" width="335"]
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของจีนเติบโตแบบก้าวกระโดด ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัว จาก 3.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2550 เป็น 12.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2560 ส่งผลให้คนจีนมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น สะท้อนจากรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้นจาก 3,471.24 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปีในปี 2550 เป็น 8,826.995 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อปีในปี 2560
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์การเติบโตแบบก้าวกระโดดทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันจีนกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 1,441 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2550 เป็น 29,488 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560 คิดเป็นสัดส่วน 12.48% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปตลาดโลก ล่าสุดในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาไทยเราส่งออกไปจีนแล้ว 22,228 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
แน่นอนว่าเมื่อเศรษฐกิจจีนมีปัญหาย่อมส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของไทย และการที่ผู้นำระดับสูงของจีนออกมาส่งสัญญาณชัดเจนถึงความตกตํ่าทางเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม รัฐบาล และภาคเอกชนของไทย นอกจากจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว ยังต้องเร่งหามาตรการรับมือ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม
| บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3415 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 4-7 พ.ย.2561






