svasdssvasds

หนุนไทยเป็นฮับบัสรับ AEC

26 ก.พ. 2559 เวลา 3:00 น.
กลุ่มยานยนต์เดินหน้าสนับสนุนไทยเป็นฮับรถบัส-รถบรรทุก มั่นใจเออีซีเปิด ความต้องการรถกลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้ามาลงทุนในไทย ด้านผู้ประกอบการทั้งวอลโว่ ทรัค - ยูดี - สแกนเนีย ขานรับ เพราะมีความพร้อมด้านโรงงาน หากรัฐเคาะก็พร้อมลุย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการผลักดันให้ไทยเป็นฮับการผลิตรถบรรทุกและรถบัส โดยมีการนำเสนอเรื่องเข้าไปยังคณะอนุกรรมการคลัสเตอร์ในปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าในขณะนี้ยังคงรอความชัดเจน แต่ยืนยันว่าไทยมีความพร้อมและมีโอกาสทางการตลาด เพราะเมื่อเออีซีเปิด ประเทศเพื่อนบ้านต่างมีความต้องการที่จะใช้รถบรรทุกรวมไปถึงรถบัสโดยสารเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากไทยมีการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนก็สามารถที่จะส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้ได้

"ไทยมีอู่ประกอบตัวถังรถบัสที่มีคุณภาพ และมีความชำนาญ โดยมีหลายประเทศเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ หากในอนาคตเรามีการสนับสนุนอย่างจริงจังก็จะเป็นการลดการนำเข้า เพราะทุกวันนี้เรานำเข้ารถบัสจากจีนเข้ามาเยอะมาก นอกจากนั้นแล้วการสนับสนุนดังกล่าวยังจะช่วยดึงบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถประเภทนี้ให้เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในไทย ถือเป็นโอกาสที่ดี อีกทั้งการส่งออกรถประเภทนี้ยังมีมูลค่าสูง เพราะราคาต่อคันสูงกว่ารถทั่วไปทำให้รายได้จากการส่งออกที่จะไหลเข้ามาในประเทศมีเพิ่มมากขึ้น"

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว รองประธานฝ่ายการตลาดและสนับสนุนการขาย บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หากภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนการประกอบตัวถังรถบัส-รถโดยสาร เพื่อป้อนตลาดในประเทศ และ ส่งออกต่างประเทศ ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะผู้ประกอบการมีความพร้อม เนื่องจากแต่ละบริษัทมีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตรถบรรทุก - รถหัวลากในไทยอยู่แล้ว

"วอลโว่ มีการนำเข้าแชสซีส์หรือชิ้นส่วนบางตัวมาจากสวีเดนอยู่แล้ว หากรัฐมีนโยบายสนับสนุนจริงก็พร้อมที่จะทำ เพราะปัจจุบันบริษัทก็มีการจำหน่ายแชสซีส์ให้กับอู่ประกอบรถบัสในประเทศอยู่แล้ว ซึ่งอู่ที่เป็นพันธมิตรกับเรานั้น ก็มีฝีมือการประกอบที่มีคุณภาพมาตรฐาน "

ปัจจุบันตลาดรถบัส-รถโดยสารในไทยมีแนวโน้มเติบโตกว่าปีที่ผ่านมา เพราะธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยตัวเลขจดทะเบียนตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2558 มีจำนวน1,186 คัน เติบโต 7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ทำได้ 1,108 คัน ซึ่งผู้นำตลาดคือ Sunlong รองลงมาคือ kinglong ที่เป็นแบรนด์จากจีน ที่มีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันกว่า 64% ส่วนวอลโว่ ครองส่วนแบ่งการตลาด 8 %,ฮีโน่ และสแกนเนีย มีส่วนแบ่งประมาณ 9%

ด้านนายเจษฎา พลับทอง ผู้จัดการฝ่ายขายรถโดยสาร บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวคิดของภาครัฐที่จะสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการประกอบรถบัสของอาเซียนถือเป็นแนวคิดที่ดีเพราะไทยมีผู้ประกอบการหรืออู่ประกอบรถบัสที่มีฝีมือ มีความชำนาญ และมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

โดยปัจจุบันการประกอบรถบัสของไทยไม่ได้เป็นไปในรูปแบบอุตสาหกรรมที่มีการผลิตจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะประกอบกันเป็นรายคันเพื่อใช้สำหรับธุรกิจภายในประเทศประมาณปีละ 1 - 2 พันคันและในปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการบางรายเริ่มพัฒนาการประกอบรถบัสในรูปแบบที่เป็นอุตสาหกรรมและใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการประกอบรถบัสจากเดิม 4 - 6 เดือน ก็เหลือเพียง 30-45 วันถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

"สแกนเนียมีนโยบายถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมไปถึงส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดูแลและตรวจสอบการประกอบรถบัส เพื่อให้การประกอบรถบัสมีความแข็งแรง มีสมรรถนะและมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด ซึ่งสแกนเนียเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยทีมีการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้ความรู้ และตรวจสอบการประกอบรถบัสทุกคันให้กับลูกค้าที่ใช้แชสซีส์สแกนเนีย"

นายเจษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมตลาดรถบัสของไทยตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งตามปกติยอดขายรวมของรถบัสจะอยู่ที่ประมาณปีละ 2 พันคัน หรือ เติบโตปีละ 10% แต่ในปีที่ผ่านมายอดขายรวมของตลาดรถบัสลดลง 30% โดยเฉพาะกลุ่มรถบัสโดยสารประจำทาง (Fix Route) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเติบโตและความนิยมของประชาชนที่หันไปเลือกใช้สายการบินโลว์คอสต์ ที่มีราคาไม่แพง

ส่วนแนวโน้มตลาดรถบัสยังประเมินได้ยาก ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพราะในปีที่ผ่านมายังเป็นไปได้อย่างไม่เต็มที่ อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการและภาครัฐควรจะใช้ประโยชน์จากการเปิดเออีซีในการขยายตลาดและเส้นทางคมนาคมในการเดินทาง ,การท่องเที่ยวระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนร่วมกัน โดยภาครัฐควรมีส่วนช่วยในการประสานงานเรื่องกฎระเบียบการเดินรถโดยสารข้ามพรมแดนระหว่างกันกับประเทศเพื่อนบ้านและเปิดเสรีในธุรกิจเดินรถโดยสารระหว่างประเทศเพื่อขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการรถบัสของไทย พร้อมทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการประกอบรถบัสได้รับการยอมรับจากประเทศในกลุ่มอาเซียน

"หน่วยงานภาครัฐ หรือ กรมการขนส่งทางบก ควรมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบมาตรฐานโครงสร้างและการประกอบรถบัสที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูง รวมถึงมีการออกกฎหมายให้การประกอบรถบัสต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญหรือวิศวกรในการตรวจสอบมาตรฐานและเซ็นรับรองการประกอบรถบัสเริ่มตั้งแต่โครงสร้างจนถึงรถที่ประกอบสำเร็จ ซึ่งหากทำให้เกิดเป็นรูปธรรมได้จะทำให้อุตสาหกรรมการประกอบรถบัสของไทยมีการพัฒนา ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และ สามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางในการประกอบรถบัสของอาเซียนได้อย่างแท้จริง"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,134 วันที่ 25 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด