
ทางออกนอกตำรา : แก๊งตม.ฟาดปีละ1-3พันล้าน ไม่เคยมีใคร...ฆ่าให้ตาย
ปรากฏการณ์ รปภ.สนามบินดอนเมือง ชกนักท่องเที่ยวชาวจีน โทษฐานที่ไม่ยอมจ่ายใต้โต๊ะ 300 บาท แลกกับการทำวีซ่าเข้าเมือง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือการประทับลงตรา Visa on Arrival ในขณะนี้ต้องบอกว่า คึกคัก ครึกครื้น
รปภ. ที่ปรากฏในคลิปที่มีคนดูร่วม 10 ล้านคน ในเวลา 2-3 วัน ถูกท่าอากาศยานดอนเมือง ไล่ออก เนื่องจากพฤติกรรมใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง
น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ซึ่งถูกแต่งตั้งเข้ามารับหน้าที่ได้ไม่นานนักอยู่ระหว่างการเรียนรู้ ถูกสั่งพักงาน พร้อม ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย เป็นเวลา 30 วัน เพื่อรอผลการสอบสวน
วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนทั้งระบบ ตั้งแต่ ขั้นตอนการทำวีซ่า การท่องเที่ยว จนถึงการเดินทางกลับ มาหารือ
สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 ร่วมหารือกับ สนช. ต่อกรณีนี้ ก่อนลงมติให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องไปศึกษาข้อเท็จจริง พร้อมกับนำเสนอข้อปรับปรุงให้ฝ่ายบริหารรับไปพิจารณาดำเนินการ
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เข้าไปตรวจสอบระบบการทำงานของตรวจคนเข้าเมืองในทุก ๆ สนามบิน โดยเฉพาะระบบการทำวีซ่า หรือการยื่นของลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งการติดป้ายทั่วตม.ว่า “No Tip” หรือห้ามจ่ายทิปให้เจ้าหน้าที่
ที่ตลกร้ายกว่านั้น “บิ๊กโจ้ก” ขู่ฟ่อๆ บอกว่า “หลังรับตำแหน่ง ผบช.สตม. มีข้อมูลที่เตรียมไว้ดำเนินคดีกับนายหน้า หรือเอเยนต์ ที่แอบอ้างเรียกรับเงิน เพื่อมาจ่ายให้กับตำรวจ และขอยืนยันว่าหลังจากนี้จะกวดขันให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยาน และด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ห้ามเรียกรับผลประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ หากพบฝ่าฝืนจะดำเนินการโดยไม่มีการละเว้น”
ท่านคิดว่า “ลิเก” เรื่องนี้ “จบสวย” หรือไม่...ใครว่าอย่างไรไม่รู้ ผมว่า “งานนี้สวย!” และทุกอย่างจะเงียบลงในเวลาไม่นานนัก ทำไมเป็นเช่นนั้น ผมพามาดูลิเกเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองไทย....
1. รับจ้างทำเรื่องขออยู่ต่อในประเทศไทยให้ถูกกฎหมาย มีตำรวจ ตม. บางกลุ่มทำธุรกิจรับจ้างขยายเวลาการอยู่ในประเทศไทย โดยการทุจริตต่างๆ เพื่อให้เข้าเงื่อนไขของการขยายเวลาการอยู่ในประเทศ เช่น การเปลี่ยนวีซ่าจากประเภทนักท่องเที่ยว เป็นวีซ่านักธุรกิจโดยมิชอบ บางรายใช้วิธีการ
ให้วีซ่านักศึกษา โดยการจัดหาสถานศึกษาโดยไม่ต้องเข้าเรียน ซึ่งปัจจุบันค่าจ้าง 12,000-15,000 บาท
รับจ้างทำสมุดบัญชีเงินฝากให้มีเงินในบัญชีไม่น้อยกว่า 800,000 บาท เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการอยู่อาศัยในช่วงบั้นปลายชีวิต เรียกเก็บค่าตอบแทนมากกว่า 3,000 บาท
2. ตำรวจ ตม. รับทำอิน-เอาต์ หรือพิธีการเข้า-ออกประเทศ โดยไม่ถูกต้อง ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าชาวต่างชาติต้องการอยู่ในประเทศไทย โดยไม่มีเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย ใช้วิธีแนะนำชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่ต่อให้เดินทางไปที่ด่าน ตม. กาญจนบุรี และ ตม. สระแก้ว เพื่อให้รับรองการเดินทางออกและเข้าประเทศ เพื่อขยายระยะเวลาในการอยู่ในประเทศไทยไปอีกครั้งละ 15 วัน
4. มีการประทับตราการเดินทางเท็จเพื่อส่งคนไปประเทศที่ 3 เจ้าหน้าที่ ตม. บางคนได้ลักลอบนำตราประทับไปรับรองการเดินทางเข้าและออก ว่า บุคคลดังกล่าวเคยเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อให้ปรากฏประเทศต้นทาง และใช้อ้างในการเดินทางไปยังประเทศที่ 3
5. มีพฤติกรรมขายบัตร ตม. 6 ที่เป็นเอกสารเข้าออก-ทำงานในไทย โดยพบในด่าน ตม. ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น มุกดาหาร หนองคาย มีการขาย แบบ ตม. 6 ให้แก่ชาวลาวและเวียดนามที่เดินทางเข้ามาทํางานในประเทศไทย โดยหากผู้ใดใช้แบบฟอร์มจากที่อื่น ซึ่งไม่ได้ซื้อก็จะกล่าวหาว่าเป็นแบบฟอร์มปลอม
6. มีการเรียกเก็บเงินในการทำ VISA on Arrival (การขอวีซ่า ณ ด่าน ตม.) นอกเหนือจากค่าธรรมเนียม โดยพบที่ในด่าน ตม. สุวรรณภูมิ ตม. ดอนเมือง พบมีการเรียกเก็บเงินค่าทำ VISA on Arrival นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมของทางราชการเป็นเงิน 300-500 บาทต่อคน มีผู้ต้องจ่ายถึงวันละ 6,000 คน เฉลี่ยเรียกเก็บคนละ 300 บาท คิดเป็นเงินกว่า 1,800,000 บาท ต่อวัน โดยไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวถูกแบ่งไปยังใครบ้าง
ตอนนี้พอจะสอบถามอดีต ผบ.ตร.สมยศ...ท่านบอกว่า ผมหมดหน้าที่แล้ว ปล่อยให้คนอื่นทำงาน...!
ผมจึงบอกว่า เรื่องนี้จบสวย...และทางออกเรื่องนี้ก็มีอยู่ในตัว มิใช่ทางตันในสายตาของ “หมาต๋า” แห่งประเทศสารขันแห่งนี้แน่นอน
ทำไมเป็นเช่นนั้น วิญญูชนทั้งหลายอาจไม่ทราบได้ว่าในแต่ละปีนั้นมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการทำ Visa on Arrival ในเมืองไทยเฉลี่ยปีละ 6.7 ล้านคน ตํ่าสุดคือ 3.8 ล้านคน
ถ้าคนเหล่านั้นต้องจ่าย 300-500 บาท เท่ากับว่าปีหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง-เจ้าหน้าที่บริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ใช้จ่ายแบ่งปันกันตั้งแต่ 1,140-2,450 ล้านบาท สูงสุดมีการนำมาแบ่งกันถึงปีละ 3,350 ล้านบาท
เงินก้อนโตดังกล่าวเอาไปแบ่งกันถ้าตามข้อมูลที่ผมได้รับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ได้ไป 70-80% เจ้าหน้าที่ของบริษัท ท่าอากาศยานไทยฯ ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ 10-20% ทัวร์และรปภ.รับไปแบ่งกัน 5-10%
เงินใต้โต๊ะก้อนโตเช่นนั้น อย่าว่าแต่ทำให้ “หมาต๋า” และเจ้าหน้าที่ของรัฐสภามองไม่เห็นเลย แม้แต่ตำรวจดีอย่าง “พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี” อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง “พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร” อดีต ผบช.สตม. “พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น” อดีต ผบช.สตม. ที่ได้รับการปูนบำเหน็จความดีความชอบ ขึ้นเป็น ผบช.น. ที่ต่างทำหน้าที่เป็นคนดูแลตรวจคนเข้าเมืองมา 3-4 ปี ก็มองไม่เห็น ไม่เคยรับทราบ
“บิ๊กโจ๊ก” มาจากไหน จึงกล้าประกาศล้างบางการโกงเงินจากนักท่องเที่ยวผิดกฎหมาย ใช้มือกวาดไปแล้วอาจไม่พบว่า มีใครกระทำผิดก็ได้ ไม่เช่นนั้น อดีต ผบ.ตร.สมยศ คงจัดการกลุ่มขบวนการนี้ไปแล้ว
จริงมั้ยครับ หมาต๋า ที่คนอื่นเคารพ...
| โดย...บากบั่น บุญเลิศ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3406 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 4-6 ต.ค.2561






