
"ฟู้ดแพชชั่น" บริหารทรัพยากรบุคคล "เห็นคุณค่าพนักงาน"
จากวิสัยทัศน์ที่ต้องการ "ดูแลผู้คนให้มีความสุข โดยมีอาหารเป็นสื่อกลาง" สู่การพัฒนาบุคลากรภายในองค์กร ของบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด จนสามารถคว้ารางวัล Best Of The Best "สุดยอดนายจ้างดีเด่น ประจำปี 2561 (2018 Thailand Best Employer)" ซึ่งจัดโดย บริษัท เอออน ฮิววิท ประเทศไทย และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย "ชาตยา สุพรรณพงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ได้พูดถึงเส้นทางในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร ว่า นี่คือหนึ่งวิธีการในการประเมินผลการบริหารจัดการบุคลากรภายในองค์กรของฟู้ดแพชชั่น นอกเหนือจากที่องค์กรประเมินตัวเองอยู่ตลาด เพื่อนำผลการประเมินมาพัฒนาต่อแบบตรงจุดและเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว
วิธีการพัฒนาและบริหารจัดการบุคลากร เกิดจากวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ โดยคนที่ฟู้ดแพชชั่นต้องการดูแลให้มีความสุขเป็นอันดับ 1 คือ พนักงาน และรองลงมา คือ ลูกค้า เมื่อตั้งเป้าหมายใหญ่แล้ว จึงมีการวางระบบ สร้างความผูกพัน (Engagement) ระหว่างองค์กรกับพนักงาน เพื่อเดินไปสู่เป้าที่ตั้งไว้ โดยผสานทั้งคนและสังคมไปพร้อม ๆ กัน
จากการวิจับของเอออนฯ พบว่า องค์กรที่พนักงานมีความผูกพัน จะมีผลประกอบการดีกว่าองค์กรทั่ว ๆ ไป 10% และองค์กรที่พนักงานมีความผูกพัน จะมีผลการทำกำไรสูงกว่าองค์กรทั่ว ๆ ไปราว 27% ... เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน
ซีอีโอ ฟู้ดแพชชั่น บอกว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการกับเอออน ได้ทำเซอร์เวย์ปีละ 2 ครั้ง เมื่อเซอร์เวย์เสร็จ ก็มาดูผลที่ได้ว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงมาแอคชั่น ปรับตัวเป็นการกระทำ ปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนที่ได้คะแนนน้อย คือ เรื่องของการให้รางวัลและการชื่นชม ซึ่งจะทำให้พนักงานเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยองค์กรต้องเห็นคุณค่าของพนักงานก่อน จากผลตรงนั้น จึงผันกลับมาเป็นวาระขององค์กร มีการรณรงค์และออกแบบเครื่องมือให้มีการชื่นชมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีการสอนให้ผู้บริหารชมลูกน้อง ด้วยการชมที่จริงใจและจับต้องได้ ผ่านโครงการ Star ซึ่งจะระบุเหตุการณ์ให้ชัด เช่น น้องแยม-เลขา เตรียมอาหารของว่าง เอกสาร ครบหมด ก่อนการประชุม ผลลัพธ์ คือ ทำให้พี่สามารถมีทุกอย่างครบ พร้อมสำหรับการเข้าประชุม ... การชมไม่ใช่แค่ดีมากนะ เยี่ยม เราจะชมให้รู้ว่า วิธีการทำงานที่รอบคอบ ละเอียด คือ สิ่งที่ดี มีสมุดสตาร์ ที่นำมาเป็นเอกสารในการประเมิน KPIs ของคน ๆ ในตอนสิ้นปี ซึ่งปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาเป็นแอพพลิเคชันแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นโครงการที่ฟู้ดแพชชั่นเห็นคุณค่าของพนักงาน คือ การจัดทำ "โครงการสานฝัน" ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ พนักงานได้เรียนต่อ พร้อมวุฒิการศึกษา เพื่อจะได้พัฒนาและผลักดันน้อง ๆ เหล่านั้น ให้เติบโตในตำแหน่งหน้าที่ ฟู้ดแพชชั่นจึงได้ร่วมกับวิทยาลัยไทยเทค ในเครือมหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมทำ "หลักสูตรธุรกิจค้าปลีก สายการตลาด และโลจิสติกส์" ตอนนี้มีแล้ว 3 รุ่น ๆ ละ 30 คน สอนเรื่องการทำบัญชี คอมพิวเตอร์ ทักษะอาชีพ โดยส่วนของฟู้ดแพชชั่นจะเติมเต็มด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับชีวิตจริง ด้วยการให้รู้พี่ ๆ หรือ ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ มาเป็นครูถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ และผู้ที่เรียนจบก็จะได้วุฒิ ปวช. ตามเกณฑ์กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งฟู้ดแพชชั่นเปิดโอกาสให้พนักงานและลูกหลานพนักงานเข้ามาเรียน
สิ่งที่ท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสำหรับฟู้ดแพชชั่น หลัก ๆ คือ เรื่องของ "ทรัพยากร" พนักงานทุกคนต้องการทรัพยากรที่ซัพพอร์ตให้เขาถึงเป้าหมาย เช่น เงิน เวลา ทีมงาน สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่ฟู้ดแพชชั่นต้องพยายามบริหารจัดการให้เพียงพอต่อการทำงานของพนักงาน
"ชาตยา" บอกว่า การพัฒนาต้องทำเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งหลักของการขับเคลื่อนความผูกพันพนักงานมี 6 ด้าน คือ
1. คน หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง สามัคคี เป็นธรรม
2. มีความโปร่งใส องค์กรจะสื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง
3. มอบหมายงาสนที่เหมาะสม และมีความท้าทาย
4. รีวอร์ด ผลตอบแทน และความชื่นชม ในหลากหลายระดับ
5. ทรัพยากร ที่เหมาะสมกับการทำงาน
และ 6. โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และการเติบโตในอาชีพ
ฟู้ดแพชชั่นทำทั้ง 6 เรื่อง สะสมไปเรื่อย ๆ เหมือนการหยอดกระปุก ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ผ่านหลักการการสร้างความผูกพัน โดยมีหลักเกณฑ์ที่เราวัดผลได้และจะวัดต่อเนื่อง ต่อไปเราจะมีโครงการย่อย ๆ เพิ่มขึ้นอีก เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสุดท้าย คือ องค์กรที่สร้างคนเก่ง และเป็นองค์กรพนักงานอยากทำงานด้วย และอยู่แล้วมีความสุข
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,405 วันที่ 30 กันยายน - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561
วิธีการพัฒนาและบริหารจัดการบุคลากร เกิดจากวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ โดยคนที่ฟู้ดแพชชั่นต้องการดูแลให้มีความสุขเป็นอันดับ 1 คือ พนักงาน และรองลงมา คือ ลูกค้า เมื่อตั้งเป้าหมายใหญ่แล้ว จึงมีการวางระบบ สร้างความผูกพัน (Engagement) ระหว่างองค์กรกับพนักงาน เพื่อเดินไปสู่เป้าที่ตั้งไว้ โดยผสานทั้งคนและสังคมไปพร้อม ๆ กัน
จากการวิจับของเอออนฯ พบว่า องค์กรที่พนักงานมีความผูกพัน จะมีผลประกอบการดีกว่าองค์กรทั่ว ๆ ไป 10% และองค์กรที่พนักงานมีความผูกพัน จะมีผลการทำกำไรสูงกว่าองค์กรทั่ว ๆ ไปราว 27% ... เพราะฉะนั้น ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน
ซีอีโอ ฟู้ดแพชชั่น บอกว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการกับเอออน ได้ทำเซอร์เวย์ปีละ 2 ครั้ง เมื่อเซอร์เวย์เสร็จ ก็มาดูผลที่ได้ว่าเป็นอย่างไร แล้วจึงมาแอคชั่น ปรับตัวเป็นการกระทำ ปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนที่ได้คะแนนน้อย คือ เรื่องของการให้รางวัลและการชื่นชม ซึ่งจะทำให้พนักงานเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยองค์กรต้องเห็นคุณค่าของพนักงานก่อน จากผลตรงนั้น จึงผันกลับมาเป็นวาระขององค์กร มีการรณรงค์และออกแบบเครื่องมือให้มีการชื่นชมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีการสอนให้ผู้บริหารชมลูกน้อง ด้วยการชมที่จริงใจและจับต้องได้ ผ่านโครงการ Star ซึ่งจะระบุเหตุการณ์ให้ชัด เช่น น้องแยม-เลขา เตรียมอาหารของว่าง เอกสาร ครบหมด ก่อนการประชุม ผลลัพธ์ คือ ทำให้พี่สามารถมีทุกอย่างครบ พร้อมสำหรับการเข้าประชุม ... การชมไม่ใช่แค่ดีมากนะ เยี่ยม เราจะชมให้รู้ว่า วิธีการทำงานที่รอบคอบ ละเอียด คือ สิ่งที่ดี มีสมุดสตาร์ ที่นำมาเป็นเอกสารในการประเมิน KPIs ของคน ๆ ในตอนสิ้นปี ซึ่งปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาเป็นแอพพลิเคชันแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นโครงการที่ฟู้ดแพชชั่นเห็นคุณค่าของพนักงาน คือ การจัดทำ "โครงการสานฝัน" ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ พนักงานได้เรียนต่อ พร้อมวุฒิการศึกษา เพื่อจะได้พัฒนาและผลักดันน้อง ๆ เหล่านั้น ให้เติบโตในตำแหน่งหน้าที่ ฟู้ดแพชชั่นจึงได้ร่วมกับวิทยาลัยไทยเทค ในเครือมหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมทำ "หลักสูตรธุรกิจค้าปลีก สายการตลาด และโลจิสติกส์" ตอนนี้มีแล้ว 3 รุ่น ๆ ละ 30 คน สอนเรื่องการทำบัญชี คอมพิวเตอร์ ทักษะอาชีพ โดยส่วนของฟู้ดแพชชั่นจะเติมเต็มด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับชีวิตจริง ด้วยการให้รู้พี่ ๆ หรือ ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ มาเป็นครูถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ และผู้ที่เรียนจบก็จะได้วุฒิ ปวช. ตามเกณฑ์กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งฟู้ดแพชชั่นเปิดโอกาสให้พนักงานและลูกหลานพนักงานเข้ามาเรียน
สิ่งที่ท้าทายในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลสำหรับฟู้ดแพชชั่น หลัก ๆ คือ เรื่องของ "ทรัพยากร" พนักงานทุกคนต้องการทรัพยากรที่ซัพพอร์ตให้เขาถึงเป้าหมาย เช่น เงิน เวลา ทีมงาน สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่ฟู้ดแพชชั่นต้องพยายามบริหารจัดการให้เพียงพอต่อการทำงานของพนักงาน
"ชาตยา" บอกว่า การพัฒนาต้องทำเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งหลักของการขับเคลื่อนความผูกพันพนักงานมี 6 ด้าน คือ
1. คน หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง สามัคคี เป็นธรรม
2. มีความโปร่งใส องค์กรจะสื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง
3. มอบหมายงาสนที่เหมาะสม และมีความท้าทาย
4. รีวอร์ด ผลตอบแทน และความชื่นชม ในหลากหลายระดับ
5. ทรัพยากร ที่เหมาะสมกับการทำงาน
และ 6. โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และการเติบโตในอาชีพ
ฟู้ดแพชชั่นทำทั้ง 6 เรื่อง สะสมไปเรื่อย ๆ เหมือนการหยอดกระปุก ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ผ่านหลักการการสร้างความผูกพัน โดยมีหลักเกณฑ์ที่เราวัดผลได้และจะวัดต่อเนื่อง ต่อไปเราจะมีโครงการย่อย ๆ เพิ่มขึ้นอีก เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสุดท้าย คือ องค์กรที่สร้างคนเก่ง และเป็นองค์กรพนักงานอยากทำงานด้วย และอยู่แล้วมีความสุข
หน้า 26-27 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,405 วันที่ 30 กันยายน - 3 ตุลาคม พ.ศ. 2561






